แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัวหินประดามี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัวหินประดามี แสดงบทความทั้งหมด

12.22.2552

| หัวหินประดามี ๓๑ (หัวหิน ฮิลล์ วินยาร์ด)












o
o
o
o
o
o
หัวหิน ฮิลล์ วินยาร์ด: เมื่อเจ้าพ่อกระทิงแดงพาช้างมาเดินเล่นในไร่องุ่น November 23rd, 2009
เรื่อง: พลอย มัลลิกะมาส

หากเอ่ยชื่อเครื่องดื่มชูกำลังยอดนิยมในบ้านเรา คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินคำว่า “กระทิงแดง” เครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์แรกของประเทศไทยที่อยู่ในตลาดมายาวนานกว่า 30 ปี ชื่อเสียงของกระทิงแดงนั้นเป็นที่รู้จักและติดปากคนไทยมาช้านาน กระทั่งยุคหนึ่งในอดีต คำว่า “กระทิงแดง” ได้กลายเป็นชื่อเรียกขาน (Generic Name) แทนคำว่า เครื่องดื่มชูกำลัง” ของคนไทยทั้งประเทศ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบถึงลูกถึงคนที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2524
การแจกสินค้าให้ลูกค้าได้ทดลองชิมฟรี ถือเป็นวิธีการทำตลาดแบบดั้งเดิมที่นายเฉลียว อยู่วิทยา (*มหาเศรษฐีหมายเลข 1 ของเมืองไทย 3 ปีซ้อน จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์) ใช้สร้างฐานตลาดให้กับกระทิงแดงมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มก่อตั้งบริษัทฯ ซึ่งต่อมาก็ได้พัฒนากลายเป็น “Red Bull” (เรดบูล) แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับโลก เมื่อครั้งที่นายดีทริช เมเทสซิทซ์ นักธุรกิจชาวออสเตรีย เดินทางมาประเทศไทยในปีพ.ศ. 2525 และพบว่ากระทิงแดงช่วยให้อาการ Jet Lag ของเขาดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาได้ตัดสินใจขอร่วมลงทุนกับนายเฉลียว ก่อตั้งบริษัท Red Bull GmbH. ขึ้น เพื่อผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม Red Bull ในภาคพื้นยุโรป รวมทั้งส่งออกสู่ตลาดสากลอื่นๆ ด้วย
นอกจากจะเป็นพี่บิ๊กในธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังแล้ว ต่อมา คุณเฉลิม อยู่วิทยา ก็ได้บุกเบิกธุรกิจน้ำเมาขึ้นอีกธุรกิจในนามของบริษัท สยามไวน์เนอรี่ จำกัด ซึ่งหนึ่งในสินค้าน้องใหม่ที่น่าจับตาก็คือ ไวน์ไทย มอนซูน แวลลี่ย์ ที่ผลิตจากไร่องุ่น “หัวหิน ฮิลส์ วินยาร์ด” ไร่องุ่นหนึ่งเดียวในบริเวณบ้านคอกช้าง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่แต่เดิมเป็นพื้นที่ที่เคยเป็นไร่สัปปะรดซึ่งมีช้างป่าเอเชียอาศัยอยู่ จนสยามไวน์เนอรี่เข้ามาพัฒนาเป็นฐานการเพาะปลูกพันธ์องุ่นชั้นดี เริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ เพียง 50 ไร่ ในปี พ.ศ. 2547 จนปัจจุบันไร่องุ่นแห่งนี้เติบโตครอบคลุมพื้นที่กว่า 250 ไร่ และจะขยายพื้นที่ต่อไปอีกจนครบ 1,000 ไร่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ครั้งแรกกับ Agro – Tourism ในหัวหินในวันที่ TCDCCONNECT ไปเยี่ยมชมหัวหิน ฮิลส์ วินยาร์ด สายลมและไอแดดอ่อนพัดมาอย่างไม่ขาดสาย ผ่านมาตามเถาองุ่นสีเขียวน้อยใหญ่ที่กำลังรอวันผลิดอกออกผล เสียงฝีเท้าของไกด์เฉพาะกิจร่างใหญ่ใจดี ค่อยๆ ลัดเลาะไปตามแปลงองุ่นที่ทอดตัวท่ามกลางขุนเขาสุดลูกหูลูกตา สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ของการมาเที่ยวหัวหินอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (หรือ Agro – Tourism) นี้ โครงการ หัวหิน ฮิลส์ วินยาร์ด นับเป็นไร่องุ่นครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของเมืองชายทะเลหัวหิน ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับทุกขั้นตอนของการผลิตไวน์ไทย เริ่มมากกระโดดขึ้นบนหลังช้างลัดเลาะไปในไร่องุ่น ชมการปลูกองุ่น การหมัก การบ่ม และการชิมไวน์ประเภทต่างๆ อย่างครบถ้วน (ว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากทริปท่องเที่ยวชิมไวน์ในยุโรปตอนใต้หรือออสเตรเลีย เว้นแต่ว่าที่หัวหิน ฮิลส์ วินยาร์ด ผู้มาเยี่ยมเยือนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์พิเศษสุดบนหลังช้างด้วย)

คุณเฉลิม อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยาม ไวเนอรี่ จำกัด กล่าวว่า “การเปิดไร่องุ่นหัวหิน ฮิลส์ วินยาร์ด ของสยามไวเนอรี่ในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมการดื่มไวน์ในประเทศไทยให้แพร่หลาย โดยเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสเปิดบ้านของเราให้นักท่องเที่ยวได้ชมถึงแหล่งที่มาขององุ่นที่เราใช้ผลิตไวน์ไทยมอนซูน แวลลีย์ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ที่สามารถเพาะปลูกองุ่นคุณภาพดีในเขตร้อนได้
นอกจากนั้น เรายังรู้สึกภูมิใจที่สามารถช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้อีกทาง นอกเหนือจากทะเลและชายหาดซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้ว” การท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Sustainable Tourism) ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อผลักดันให้นักท่องเที่ยวเกิดจิตสำนึกด้านบวก ตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการธรรมชาติ พร้อมทั้งเห็นคุณค่าของผลผลิตการเกษตรเหล่านั้นมากขึ้น
แต่หากจะมองกันในมุมของธุรกิจ Agro – Tourism ก็คือ เครื่องมือชิ้นเยี่ยมทางการตลาด ที่ผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าประเภทอาหาร-เครื่องดื่มทั่วโลกนิยมใช้กันในการสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าสินค้า สำหรับเจ้าพ่อกระทิงแดงต้นตำรับ “ชิมก่อนซื้อ” คนนี้ Agro – Tourism ในหัวหิน ฮิลส์ วินยาร์ด น่าจะเป็นภาคหนึ่งของกลยุทธ์ Experiential Marketing ที่เปิดช่องให้ผู้บริโภคได้ “ลองสัมผัส “ กับสินค้าของเขาก่อนเช่นเดิม ไม่ต่างจากที่เขาเคยทำสำเร็จมาแล้วกับ “กระทิงแดง” เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน

ทุนนิยมที่เป็นมิตรมากขึ้นอย่างไรก็ดี การรุกล้ำเข้ามาของเงินทุนก้อนใหญ่และระบบ “เกษตรอุตสาหกรรม” ที่แผ่ขยายอย่างรวดเร็วในบริเวณบ้านคอกช้างนั้น แน่นอนว่า ต้องสร้างผลกระทบกับชุมชนและสภาพแวดล้อมดั้งเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ไม่ว่าจะต่อวิถีชีวิต การทำมาหากินของผู้คน หรือต่อระบบนิเวศแวดล้อม เช่น พืชพันธ์ที่เคยมีตามธรรมชาติ และฝูงช้างป่าเอเชียที่อาศัยอยู่ในแถบนั้น) ด้วยแรงกดดันทางสังคม และนโยบายเชิงเศรษฐกิจต่างๆ ที่หักมุมไปจากทศวรรษก่อน นี่คงเป็นโจทย์ข้อใหญ่สำหรับธุรกิจยุคนี้ที่จะต้องแก้ให้ตก “คุณจะใช้โมเดลอะไรขับเคลื่อนให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้โดยปราศจากเสียงก่นด่า?”
บริษัทสยามไวน์เนอรี่ดูจะตระหนักถึงอุปสรรคข้อนี้ดี การสร้างอาณาจักรหัวหิน ฮิลส์ วินยาร์ด ครั้งนี้ จึงต้องเป็นไปอย่างรอมชอมและเป็นมิตรกับชาวบ้านช้างให้มากที่สุด เริ่มจากการกำหนดนโยบายที่ส่งเสริมเศรษฐกิจของท้องถิ่นโดยรอบ เปิดโอกาสให้คนในชุนชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาธุรกิจทั้งในระบบการเกษตรและการท่องเที่ยว อาทิเช่น นำช้างและคนงานที่มีอยู่แต่เดิมในพื้นที่มาร่วมงาน (ร่วมสร้างรายได้) กับทางไร่องุ่น โดยมองว่าเป็นการกระจายรายได้ของธุรกิจกลับคืนสู่ชุมชนในทางหนึ่ง
ด้วยวิสัยทัศน์และแนวคิดนอกกรอบของคุณเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าพ่อกระทิงแดง/เศรษฐีนักธุรกิจระดับเซียนคนนี้ เราคงต้องคอยดูกันต่อไปว่า หัวหิน ฮิลส์ วินยาร์ด ได้ก้าวเดินมาถูกทางแล้วหรือไม่
ไวน์ไทยละติจูดใหม่… ท่องเที่ยวเชิงเกษตร… ช้างป่าในไร่องุ่น…
“ใช่” หรือ “ไม่ใช่” สำหรับตลาดยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ น่าติดตาม
huahinhub Thanks

12.15.2552

| หัวหินประดามี ๓๐ (พาเหรดรถโบราณ)




โซฟิเทลเซ็นทาราแกรนด์รีสอร์ทและวิลล่า หัวหิน ร่วมกับสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดงานเทศกาลพาเหรดรถโบราณเมืองหัวหิน ครั้งที่ 7

เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์รถโบราณที่นับวันจะหาชมได้ยาก และให้ความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการและมรดกด้านรถยนต์ของประเทศไทย เพื่อนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

กิจกรรมภายในงานในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ จะเป็นการนำรถโบราณและรถคลาสสิกจำนวน 50 คันร่วมในขบวนพาเหรด โดยจะเคลื่อนตัวจากหน้าโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ผ่านอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านสภาลัย (อุทยาน ร.2) อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อสักการะพระบรมรูปฯ

จากนั้นเดินทางผ่านจังหวัดเพชรบุรี เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว และสู่อำเภอหัวหิน แวะศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ เพื่อร่วมพิธีเปิดอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ความยาว 50 เมตร โดยเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสชิมอาหารกว่า 100 รายการ จากฝีมือปรุงจากพ่อครัวระดับมืออาชีพจากโรงแรมต่างๆ ในกลุ่มสมาชิกของหัวหินโฮเท็ลลิเออร์คลับ

ส่วนวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม ผู้เข้าร่วมขบวนพาเหรดรถโบราณ จะเดินทางไปศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อำเภอปราณบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีการพัฒนาแปลงปลูกป่าโกงกางในบริเวณพื้นที่นากุ้งเก่า เพื่อให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่เสื่อมโทรมได้ โดยศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน เป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้พื้นที่ที่ถูกทำลายแห่งแรกของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนั่งรถโบราณชมเมืองหัวหิน เพื่อการกุศล และปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์เพื่อการกุศล ภายในงานมีการประมูล การประกวดการแต่งกายย้อนยุค
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ
huahinhub thanks

7.07.2552

| หัวหินประดามี ๒๒ (สะบายดี สบายแฮ)


บ้านศิลปินหัวหิน ขอเชิญท่านผู้ชื่นชอบศิลปะและมีใจรักในงานศิลป์ชมนิทรรศการศิลปะชุด 'สะบายดี สบายแฮ' โดย ศิลปิน '3P'จากกลุ่มศิลปินเมืองหัวหิน ณ บ้านศิลปินหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตลอดเดือนกรกฎาคม ศกนี้ นิทรรศการศิลปะครั้งนี้เป็นการรวมตัวของสามศิลปินหนุ่มไฟแรง ได้แก่ ดนย บุญทัศนกุล (ป๋อง), สหัชณัฐ เถกิงกร (โป้) และเวชยันต์ อุณหสุวรรณ (เป๊กโก้) ซึ่งล้วนเป็นสมาชิกของกลุ่มศิลปินเมืองหัวหิน โดยได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3

oooo
คราวนี้ศิลปินสามหนุ่มได้รวบรวมผลงานศิลปะที่ดูสบายๆ ไม่มีกำหนดวิธีการสร้างสรรค์ผลงาน โดยถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกผ่านเทคนิคงานศิลป์ให้มีความหลากหลายตามสไตล์ความถนัดของตนเอง อาทิ ภาพเขาแผงม้า ภาพสู่สันติภาพ ภาพอดีตฉันมีสุข และภาพอื่นๆ อีกกว่า 60 ภาพ เพื่อให้ท่านได้ซึมซับงานศิลป์ได้เต็มอิ่มในบรรยากาศแบบสบายๆ
oooo

พิธีเปิดนิทรรศการจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2552 เวลา 19.00 น. และเชิญชมนิทรรศการฟรีได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาโทร.081-494-4047, 081-666-3662
o
ขอบคุณข้อมูลจาก กกรุงเทพธุรกิจ
huahinhub Thanks
ooo

6.12.2552

| หัวหินประดามี ๒๑ (เริ่มแล้ว huahin Jazz)


เริ่มแล้ว huahin Jazz Festival 2009
o
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดงานเทศกาลดนตรีประจำปี Hua Hin Jazz Festival 2009 ขึ้นในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2552 ณ ชายหาดหัวหินและสวนสาธารณะโผนกิ่งเพชร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
o
งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องสดุดีในพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์อัครศิลปินที่ยิ่งใหญ่ของโลกและเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี หัวหิน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในช่วง Green Season โดยใช้ดนตรีเป็นสื่อ
o
นางปิ่นนาถ เจริญผล ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯกล่าวว่า “สำหรับงานในครั้งนี้ จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ “หัวหิน กรีน แจ๊ส” เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน ท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งในครั้งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวของสุดยอดศิลปินแจ๊สจากทั่วทุกมุมโลกก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินระดับสากลอาทิ Shakatak , Malene Mortenson หรือศิลปินระดับเอเชียอาทิNoon,Mocca,The Brass Munkeys และศิลปินไทย อาทิ Koh Mr.Saxman ,Ford,Bangkok Connection,Lula และศิลปินอื่นๆอีกมากมายที่จะมาขับกล่อมดนตรีแจ๊ส ในบรรยากาศสบายๆริมชายหาด ให้เราได้ฟังกันสดๆ ตั้งแต่เวลาประมาณ 4 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2552”
o
ทั้งนี้ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.huahinjazz2009.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ โทร 032-513-885E-mail: tatprachuap@tat.or.th Call Center 1672
o
ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์
huahinhub Thanks
o

6.10.2552

| หัวหินประดามี ๒๐ (อิ่มอร่อยไม่ถึงร้อย ที่หัวหิน)







หัวหิน คือสถานพักผ่อนยอดนิยม ของคนจากเมืองหลวง ซึ่งที่จริง หัวหินถิ่นมีหอยนี้ เป็นสถานตากอากาศของคนกรุงมาเนิ่นนาน น่าจะนับเกินร้อยปี
o
เสน่ห์ของหัวหินอยู่ที่ไหน อย่างแรกเลย หัวหินมีที่พักให้เลือกในบรรยากาศแบบครอบครัว และแบบชิลล์ ๆ อย่างคนหนุ่มสาววัยเริ่มทำงาน แบบไฮโซ แบบโล-โซ หลากหลายจริง ๆ หัวหินไกลกว่าพัทยาก็จริง แต่ไม่เจริญมาก ไม่แออัดเกินไป ไม่เต็มไปด้วยบาร์เบียร์ และแม้ไกลกว่าชะอำ ทว่าหัวหินมีกิจกรรมให้คนเที่ยวได้ทำมากกว่า และมีร้านอาหารชวนกินตั้งแต่แบบหรูหราถึงแบบชาวบ้านโฮมเมด เช่นเป็นต้นว่า มีตลาดโต้รุ่งหรือตลาดกลางคืน ให้คนเดินจับจ่ายซื้อสินค้าและมีร้านอาหารในตลาดอร่อย ๆ หลายร้าน
o
ว่ากันตามตรง ชายหาดหัวหินเหมือนชายหาดในละแวกใกล้เคียง อาจดีกว่าชายหาดชะอำ ตรงที่มีทรายละเอียดกว่าในบางจุด คนที่เคยเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต หรือเกาะต่าง ๆ ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกมาแล้ว อาจไม่สนความสวยแบบหาดหัวหิน เพราะทะเลใส ๆ สีไม่เขียวกระจ่างหรือฟ้าเข้มเหมือนในโปสการ์ด แต่นี่...เป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัวแต่ละคน ความวิเศษของหัวหินที่เมืองชายทะเลใกล้กรุงเทพฯ แห่งอื่นไม่มี หรือยังไม่อาจเทียบได้คือ เรื่อง อาหารการกิน ...มีเมืองไหนอีกหรือครับ ที่คนเข้าแถวรอกินไอศกรีม ข้าวเหนียวมะม่วง (ไม่ใช่จัดฉากเหมือนร้านขายขนมโรตีในกรุงเทพฯ เมื่อสามสี่ปีก่อน)
o
หัวหินมีร้านอาหารและของกินให้นักท่องเที่ยวตามมากินมากมายก่ายกอง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง) นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ที่มาทั้งครอบครัวและกลุ่มคนหนุ่มสาว มาถึงหัวหินไม่ได้ลงทะเลหรอกครับ แต่ตามกินอาหารตามลายแทงบ้าง ถามไถ่เพื่อนพ้องผู้เคยลองมาแล้วบ้าง และระยะหลังใช้วิธีเปิดเน็ต เช็คว่าร้านไหนอร่อย ได้บรรยากาศ และเท่ พวกเขาก็จะตามไปกิน ตรงนี้ ทำให้เมืองหัวหินโดดเด่นขึ้นมา ไม่เหมือนเมืองท่องเที่ยวชายทะเลใกล้กรุงเทพฯ แห่งอื่น ๆ ชาวเมืองหัวหินนั้นเป็นผู้ชื่นชอบและภาคภูมิใจในอาหารของพวกเขาไม่แพ้บ้านเมืองอื่น และออกจะมากกว่าด้วยซ้ำ ไม่เชื่อลองคุยกับพวกเขาสิครับ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ก็ถามไถ่ว่า ร้านอาหารไหนอร่อย รับรอง คุยยาวแน่นอน
o

ได้คุยกับ คุณวิ เจ้าของ หัวหิน รศ. ๑๒๖ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ใกล้สะพานปลา แม้คุณวิจะเป็นคนชอบกิน แต่เธอก็ไม่จ้ำม่ำเหมือนสามีคือคุณน้องแต่อย่างใด (555) “ถ้าพี่ชอบอาหารรสไทยอย่างที่ฝรั่งเรียกโฮมเมด พี่ต้องตื่นเช้าหน่อย เป็นร้านข้าวแกงขายหกโมง สิบเอ็ดโมงนี่เลิก เพราะขายเกลี้ยง” ร้านที่คุณวิพูดถึงชื่อ ร้านแม่ช่วง
o
คุณต้องเข้าซอยหัวหิน 74 ตรงผ่านสี่แยกป้อมตำรวจ (คนหัวหินเรียกว่า แยกสห.) ตรงไปอีก 25 เมตร ร้านแม่ช่วงอยู่ซ้ายมือ ห้องแถวสุดท้าย (ข้างล้วนร้านอาหารฝรั่ง) เครื่องแกงทุกอย่างแม่ (หรือป้าหรือยาย) ช่วงตำเองหมด รายการอาหาร 10 กว่าชนิด สับเปลี่ยนกันไป แต่แกงยืนพื้นคือ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา อร่อยสุด ๆ กินได้กับทั้งขนมจีนและราดข้าว แกงป่าไก่บ้าน เนื้อเหนียวสับชิ้นเล็ก ๆติดกระดูก เครื่องแกงป่าแบบเมืองเพชรผสมเมืองประจวบฯ ใส่มะเขือขื่นผ่าครึ่ง ได้กลิ่นและรสซ่า ๆ เนื้อเค็ม หั่นบาง ๆ หรือ หมูทอดกระเทียม ชิ้นหนา กินกับแกงรสเผ็ดได้หมด อยากกินปลา ขึ้นกับว่าปลาไหนสด ปลากระเบน ปลาจาระเม็ด ทอดหรือราดพริก ปลาจวดทอด ปลาโอผัดฉ่า เนื้อแน่น ๆ นั่นสดแท้ หน้ามะรุมคือระยะนี้ (เมษายน-พฤษภาคม) จะได้กิน แกงคั่วมะรุมกับปลาริวกิว
o
ร้านป้าช่วง ราคาถูก สะอาด และสุดอร่อย (กินก่อนนั่งรถทัวร์กลับหรือเพิ่งมาถึงจากกรุงเทพฯ จะสะดวกที่สุด) ถึงทะเล ต้องกินอาหารทะเลจริงสุด ๆ ล่ะครับ สำหรับคนไทย ผมว่าเราคุ้นกับปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาทูก็เป็นหนึ่งในบรรดาปลายอดนิยม คนไทยนิยมกินกับน้ำพริก
o

๐ ร้านปลาทู ข้างถนนชมสินธุ์ เข้าซอยหัวหิน55 เลยสี่แยกโต้รุ่งเล็ก ไปอีกประมาณ 20 เมตรซ้ายมือ ร้านนี้เชี่ยวเรื่องปลาทู และน้ำพริกไม่ต่ำกว่า 5 ชนิด เช่น น้ำพริกมะขาม น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาทู น้ำพริกแกง น้ำพริกมะม่วง น้ำพริกอ่อง อย่างหลังนี่อร่อยต้นตำรับเพราะแม่ค้าเธอเป็นคนเมืองแพร่ขอรับพี่น้อง
o
นอกจากนี้ยังมี หอยดอง กลิ่น-รสดี กินกับผักสด ผักลวกตักตามใจชอบ ขอแนะนำ แกงส้มพริกนก (โรยกะเพรา) ปลาทูนึ่ง รสเปรี้ยวเผ็ดพอสะดุ้ง กินกับ ยำปลาทู ที่มีเนื้อปลาและเครื่องปรุงคลุกเคล้าลงตัว หรือจะกินคู่ ปลาทูทอด และชะอมหรือมะเขือยาวหั่นแฉลบชุบไข่ทอด กินพร้อมข้าวร้อน ๆ และน้ำพริกตามรสนิยม เก็บตังค์-ร้อยหนึ่งไป มีทอนกลับบ้าน ร้านเปิดขายตอนอาหารเย็นพอดี บรรยากาศเป็นร้านริมถนน คนขับมอเตอร์ไซค์รอซื้อใส่ถุงไปกินบ้าน นั่งกินที่ร้านระวังกลิ่นและควันรถสักหน่อยก็ดี เลือกนั่งโต๊ะไกลซุ้มหน้าร้านสะดวกสบายใจกว่า
o
๐ ร้านที่นั่งสบาย อร่อย สะอาดและร่มรื่นด้วยต้นหมากรากไม้ แม้ไม่ใช่อาหารทะเล แต่ ร้านก๋วยเตี๋ยวหมักไก่-หมูตุ๋นเจ๊เซี้ยม เป็นที่ร่ำลือ เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า กินมา 10 กว่าปี ทุกวันนี้ยังอร่อยเหมือนเดิม ที่สำคัญเขาว่า คุ้มเงิน รสชาติคงเส้นคงวาขนาดนี้ ลูกค้าย่อมแน่นเป็นธรรมดา เอาเป็นว่า ตั้งแต่ 10 โมงของเช้าวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ รถยนต์จากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง จอดสองฟากถนนใกล้หน้าร้านเหมือนมีงานเลี้ยงกินฟรี ประมาณนั้นเทียว ส่วนวันธรรมดาเป็นวันของคนหัวหิน ผู้ทำงานเอกชน/ราชการ แวะกินก๋วยเตี๋ยวด้วยบรรยากาศของครอบครัว ตั้งแต่เที่ยงไปจนถึงบ่าย 3 โมง ...
o
ก๋วยเตี๋ยวหมักไก่-หมูตุ๋นเจ๊เซี้ยม อยู่ถนน แนบเคหาสน์ เข้าได้หลายทาง ไปทางซอยหัวหิน 45 ชนถนนใหญ่เลี้ยวขวาอีก 20 เมตรร้านอยู่ซ้ายมือ หรือเข้าซอย 55 เลี้ยวซ้าย วิ่งตรงอีกกิโลกว่า ร้านอยู่ซ้ายมือ ไป/มาไม่ถูกถามใคร ๆ ก็รู้ อะ...ดังขนาดนั้นเชียว เหมาะสำหรับมื้อเที่ยงครับร้านนี้ ไก่ หมู เส้นต่างๆ ผักและเห็ดหอม ไปจนถึงรายละเอียดของเครื่องปรุงรสเช่น น้ำปลา น้ำส้ม น้ำตาลใช้แต่ของดีที่คนทั่วไปซื้อติดครัว บวกความพิถีพิถันของการหมักจึงได้น้ำซุปรสกลมกล่อม เส้นลวกอย่างดี ไก่ (น่อง) และหมู (ซี่โครงอ่อน)เนียนนุ่ม กลิ่นรสเครื่องหมักเครื่องปรุงเข้าเนื้อ ว่างั้น
o
ร้านนี้เป็นเหมือนสวนอาหาร มีขายอาหารอย่างอื่นนอกเหนือจากนางเอกคือก๋วยเตี๋ยวที่พูดถึงข้างต้นยังมี ทอดมันปลาอินทรีย์(3 ดาวครึ่ง) ลูกชิ้นหมูปิ้ง (3 ดาวครึ่ง) นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวเช่น ผัดไทยกุ้งสด ห่อหมกปลาและห่อหมกปูไข่แมงดาทะเล และ ขนมจีนซาวน้ำ ตบท้ายด้วยน้ำดื่มสมุนไพรไทย มะตูม กระเจี๊ยบ เก๊กฮวย และ น้ำใบเตย
o
๐ กินมื้อเที่ยงเสร็จ ขับรถตรงเข้าตัวเมืองหัวหิน ผ่านสี่แยกแรกได้ 30 เมตร เหลือบมองซ้ายมือ จะเห็น รถขายกล้วยทอด (มัน/เผือก/ฟักทอง) ที่ขายดิบขายดีขนาดมีคนรอตั้งแต่เพิ่งเปิดร้าน ตั้งกระทะใบบัว (ทองเหลือง 2 ใบ) กล้วยทอดเจ้านี้จิ้มกับนมข้นหวานแปลกไปอีกแบบ ไม่จิ้มก็อร่อยแล้วครับ
o
๐ ตรงมาเรื่อย ๆ เจอ 4 แยกที่ 2 พอชน ถนนชมสินธุ์ เลี้ยวขวากลับไปออกหัวหินซอย 55 เลยแยก 20 เมตร ซ้ายมือ (เลยตลาดโต้รุ่งเล็ก) บ้านเก่าสีขาวหลังสวย มีของกินอีก 2 อย่าง ตรงหน้าบ้านมีแผงขาย ผลไม้ เจ้าของชื่ออะไรไม่ทราบ เมื่อก่อนร้านผลไม้นี้อยู่ 4 แยก มุมร้านกาแฟดอยตุง ย้ายมาตรงนี้ได้ 3-4 ปีแล้ว ผมเคยเห็น คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ลงรถตู้รอซื้อผลไม้ด้วยตัวเอง ผลไม้สดร้านนี้อร่อยทุกอย่าง เพราะเจ้าของเอาใจใส่ มะม่วงชอบแบบเปรี้ยว สามรส หรือมัน จงบอกเถิด แล้วมะม่วงแต่ละชนิดนี้น้าอ้วนก็หั่นไม่เหมือนกัน ชอบเครื่องจิ้มกะปิหวานหรือน้ำตาลปี๊บ สอบถามได้ว่า เครื่องจิ้มอะไรเข้ากับรสมะม่วงแบบไหน ฝรั่งอยากกินแบบกรอบนิ่มหรือกรอบแข็ง บอกได้ตามรสนิยม ชอบผลไม้ดอง/เชื่อม แนะนำ 2 อย่างคือ มะกอกกับกระท้อน
o
๐ บ้านสีขาวหลังสวย มีชื่อว่า บ้านป้าปรางค์ ขายขนมไทยหลายชนิด หลายคนเคยยินแค่ชื่อ มาร้านป้าปรางค์ได้กินสมใจ ไม่ต้องกลัวอ้วน ถ้วยละ 10 บาท กำลังพอดี หน้าร้อนช่วงนี้มีขนม ข้าวต้มน้ำวุ่น (น้ำเชื่อมน้ำแข็งทุบ) ทั้งอร่อยหอมหวาน เห็นป้าปรางค์นั่งห่อข้าวเหนียวด้วยใบตองเป็นรูปสามเหลี่ยม กลัดไม้กลัดด้วยตัวเอง ก็อร่อยแล้วล่ะ ขนมไทยเกือบ 10 ชนิด ร้านป้าปรางค์อร่อยทุกชนิด กะทิข้นเพราะคั้นเอง ข้าวเหนียวถั่วดำ สุดยอด ข้าวฟ่าง ปากริมไข่เต่า สาคูมะพร้าวอ่อน ฟักทองแกงบวด ฯลฯ
o
เรื่องกินนี่ยิ่งเขียนยิ่งพูดยิ่งยาว อันที่จริงมีร้านอาหารประเภทอิ่มได้ไม่ถึง 100 บาท อีกหลายร้าน จะได้แนะนำต่อในคราวหน้า...สวัสดี

6.08.2552

| หัวหินประดามี ๑๙ (คืนหัวหิน ถิ่น ปริศนา)



หวนคืนถิ่นหัวหิน ปริศนา. . . ตามหาท่านชายพจน์
เมื่อคิดคอนเซ็ปต์เก๋ๆ ให้คณะ สมาชิกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอคาเนย์แห่งประเทศไทย (สปอท.) ร่วมทำกิจกรรมประจำปี ด้วยการจัดทริปหวนคืนทะเลหัวหิน ดินแดนแสนโรแมนติก
จนต้องออกสำรวจพื้นที่จริงด้วยตัวเองมาพักใหญ่ ก็ได้เวลาหัวหน้าทริป สุพัฒนา อาทรไผท นายก สปอท. นำขบวนเพื่อนฝูงสตรีนักธุรกิจแถวหน้า ออกตระเวณ “รำลึกถึงอดีต... หัวหินถิ่นหรรษา” แบบเฮฮาสมวัย
ooo
ตั้งต้นกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ณ ชานชลาที่ 7 ที่คึกคักไปด้วยสตรีในชุดย้อนยุคที่พร้อมใจกันเรียกบรรยากาศเก่าๆ กลับคืน ขณะที่บุรุษก็ไม่หลุดคอนเซ็ปต์มาในชุดเสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ค คาด Suspender (สายรั้งกางเกง) สวมหมวกในมาดเท่ ย้อนวัยสู่สมัยที่ตนยังหนุ่ม ก่อนจะร่วมขบวนรถไฟตู้ปรับอากาศพิเศษมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหัวหินอย่างครื้นเครง
oo
พอถึงปลายทาง นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินพร้อมคณะรถม้า สามล้อ และรถกอล์ฟที่ตกแต่งสวยงาม ก็ตั้งขบวนรอรับอย่างเอิกเกริก แม้จะมีอุปสรรคจากสายฝนอยู่บ้าง แต่ว่าที่ปริศนา สาวงามรุ่นใหญ่จากเมืองกรุง ก็ไม่ลืมทำหน้าที่ นั่งยิ้มสวยร่วมขบวนต้อนรับไปตลอดเส้นทางจนถึง โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน หรือ โรงแรมรถไฟ (ในอดีต) เอกลักษณ์คู่ริมหาดหัวหินมาช้านาน
oo
ทันทีที่งานเลี้ยงยามพลบค่ำเริ่มขึ้น ทุกคนก็ได้ร่วมบรรยากาศย้อนยุคกับการแสดงในชุดต่างๆ ซึ่งมีไฮไลต์อยู่ที่การครวญเพลงเก่า อาทิ เพลง “ลอยลำพร่ำรัก” ของ กัปตันเสวี-สุนันท์ โรจนธรรม, เพลง “หัวหินสิ้นมนต์รัก” จาก พล.อ.นิพนธ์ สีตะบุตร,ดร.พาชื่น รอดโพธิ์ทอง ในบทเพลง “ทะเลไม่เคยหลับ” และ เพลง Moonlight Swim ที่ชวนให้ทุกคนเคลิบเคลิ้มหวนคิดถึงวันคืนเก่าๆ จากนั้นถึงช่วงเฟ้นหาปริศนาทั้ง 10 เพื่อออกตามหาท่านชายพจน์ เกณฑ์พิจารณามีอยู่ง่ายๆ สาวไหนแต่งกายได้เข้าตากรรมการก็ต้องขึ้นเวทีโชว์กึ๋น ร่วมตอบคำถามเกี่ยวกับหัวหินในทุกรูปแบบ
ooo
แต่ระดับสาวสวยดีกรีปริศนา(รุ่นใหญ่) อย่าง อรษา บุญศรี, จรินทร์ สุมานนท์, ภัทรพร หิรัญบุณยสฤษดิ์,ศรีสุภางค์ มอริส,วี มาร์,ภารณี จิตรกร,ปิยดา นราดุลยฺ์,ดร.ชมนาถ รัตนมณี ฯลฯ รับรองไม่ผิดหวัง ผ่านฉลุยตอบถูกทุกคำถาม ส่วนภารกิจตามล่าหาท่านชายก็หายห่วง ใช้เวลาเพียงไม่นานนักทั้งชายพจน์และปริศนาก็ควงแขนออกมาเป็นคู่ๆ และต่างมอบดอกไม้ให้กันด้วยความคุ้นเคย
ooo
ด้านความทรงจำถึงหัวหินในอดีตของ ม.ร.ว. ชาญวุฒิ วรวรรณ ที่มาพร้อม ดร. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ภริยา ก็น่าสนใจไม่น้อย คุณชายย้อนเล่าว่า บรรยากาศของหัวหินเมื่อก่อนยังเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล แต่กลับเป็นสถานที่ตากอากาศที่เพื่อนฝูง ครอบครัวชาวกรุงเทพฯ นิยมมาพักผ่อนช่วงวันหยุด มีชายหาดที่เป็นเหมือนห้องรับแขกขนาดใหญ่ พอตกเย็นทุกคนก็ลงมาพบปะสังสรรค์ เดินเล่นลัดเลาะไปตามชายหาดไกลจนถึงเขาตะเกียบ ส่วนตอนกลางคืน เด็กๆ ก็ชอบลงไปจับปูลม ขณะที่ผู้ใหญ่ก็มักเข้าป่าไปยิงกระต่าย พอกลับออกมาก็ได้เมนูผัดเผ็ดทำอาหารรับประทานร่วมกัน
ooo
ความหรรษาในการเดินทางไปหัวหินเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ต้องยกให้รถไฟ คุณชายเล่าว่า สมัยนั้นเป็นเรื่องที่โก้มาก ที่นั่งบนรถไฟทำด้วยไม้ ภาชนะต่างๆ สำหรับบริการอาหารทุกอย่างก็ใช้เครื่องเงินแท้ แถมอาหารที่เสิร์ฟบนโบกี้ก็อร่อยมาก เป็นเมนู ไข่เจียว แกงเขียวหวาน เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ให้คลายหิวได้แบบเต็มอิ่มไปกับทิวทัศน์ 2 ข้างทาง
ooo
ในอดีตแม้การเดินทางจะใช้เวลามากกว่าถ้าเทียบกับสมัยนี้ เพราะเป็นแบบถึงก็ชั่งไม่ถึงก็ชั่ง แต่ด้วยความงดงามของชายหาด น้ำทะเลใสๆ ที่ใครๆ ก็อยากมา ถึงจะนานแค่ไหนก็ไม่รู้สึกว่าช้าจนเกินไป สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยสำหรับถิ่นมนต์ขลังแห่งนี้ คุณชายยกให้ ตลาดหัวหิน ที่มีอายุกว่า 60 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงเดิมทั้งตัวอาคาร บรรยากาศ และความเฉอะแฉะ ส่วนของอร่อยเจ้าประจำในละแวกนี้ เมื่อมาถึงที่นี่จะต้องไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงที่ร้านฝั่งตรงข้ามตลาด ถ้าเดินลงไปทางทะเลอีกสักนิด ก็จะเจอร้านขายบะหมี่เป็ดย่างที่อร่อยมากอีกเจ้าหนึ่ง
ooo
นอกจากนี้ หัวหินในอดีตยังมีโรงหนังที่ฉายหนังให้ทุกคนได้ชม ซึ่งปัจจุบันโดนรื้อถอนไปหมดแล้ว และสนามกอล์ฟแห่งแรกของประเทศไทยก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย ซึ่งแต่ก่อนไม่มีทีวี เกมส์คอมพิวเตอร์ให้เล่น กิจกรรมยามว่างของพวกผู้ใหญ่ก็จะมาเล่นกอล์ฟเล็กกันที่ ร.ร.รถไฟ เป็นเรื่องที่โก้ และได้รับความนิยมอย่างมาก แต่การมาหัวหินทริปนี้สำหรับคุณชาย ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าพักใน ร.ร.รถไฟ เพราะเมื่อครั้งยังเยาว์ทุกครั้งที่คุณชายมาหัวหิน จะมากันเป็นครอบครัวและเข้าพักที่บังกะโล ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่ติดๆ กัน เรียกว่า บ้าน 3 สุข ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกครอบครัว “โชติกเสถียร”
ooo
คุณชายบอกว่า มีทั้ง ครอบครัวปันยารชุน (ซึ่งหม่อมจิตรา วรวรรณ ณ อยุธยา คุณแม่ เป็นลูกสาวของคุณหญิงปริบ ปันยารชุน คุณยายของคุณชายเดิมนั้นคือ คนในครอบครัวโชติกเสถียร) ครอบครัวสารสิน บ้านคุณลุงพจน์ สารสิน ซึ่งภรรยาของท่าน ท่านผู้หญิงสิริ สารสิน (เดิมนั้นเป็น โชติกเสถียร) และอีกหลังเป็นของคุณหลวงสุระ ซึ่งก็เป็นคนใน ครอบครัวโชติกเสถียร ด้วยเช่นกัน
ooo
“ครั้งอดีตบ้าน 3 สุข ของเราอบอุ่นมาก ญาติพี่น้องจะมาพักตากอากาศด้วยกันที่หัวหินในช่วงฤดูร้อน จำได้ว่า...บ้านที่เราพักเป็นลักษณะบ้านไม้ไทยประยุกต์ แต่ละหลังเป็นลานเปิดที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพาน ถึงวันนี้แม้ลูกหลานจะพากันขายบ้านจนต้องจบวารกาลของบ้าน 3 หลังนี้ไปก็ตาม แต่ผมยังคงจำได้ถึงภาพเก่าๆ การเดินทางมาหัวหินกันแต่ละครั้ง ต้องเช่ารถกระบะ ขนเอาครัวมาด้วย ทั้งคนครัวและเตาถ่าน อาศัยมาซื้อถ่านและของสดกันที่หัวหิน แต่ละเมนูอาหารจะมีคุณยายเป็นแม่บ้านใหญ่ เมนูอาหารก็เป็นแบบเรียบง่าย บางทีเพียงแค่ ข้าวไข่เจียว น้ำปลาพริก มะนาว หอมแดงซอยลงไปก็อร่อยแล้ว ซึ่งเป็นความทรงจำที่ดีว่า สถานที่แห่งนี้เป็นที่ๆ ทุกคนในครอบครัวได้รับความอบอุ่นและมีความสุขร่วมกัน”
ooo
ถึงวันนี้ถ้าต้อง เปรียบหัวหินเป็นอะไรสักอย่างในใจ คุณชายบอกว่า อยากให้หัวหินยังคงเป็นแหล่งพักผ่อนสำหรับครอบครัวคนไทยไปตลอดกาล มีหาดทรายขาวนุ่ม เหมือนไหม มีปูลมที่ออกมาตอนเที่ยง ตรงเวลาจนสามารถมาจับเล่นได้ และเกลียวคลื่นใสๆ ให้ได้ชื่นชม เพื่อเก็บเป็นความทรงจำของทุกคนในครอบครัว
o
ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์
huahinhub Thanks
o

| หัวหินประดามี ๑๘ (องค์หญิงยีหวาง พินดาริกา แห่งภูฏาน กับการศึกษาที่เว็บสเตอร์ หัวหิน)









o
o
o
o
o
ด้วยความประทับใจ ในหลายสิ่งหลายอย่าง ของประเทศไทย ทำให้เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์วังชุก ของราชอาณาจักรภูฏาน ตัดสินใจเลือกประเทศไทย เป็นสถานที่ศึกษาต่อ สร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีงาม ระหว่างไทย-ภูฏาน...
ooo
นับตั้งแต่ "มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน" (พระยศขณะนั้น) ได้เสด็จฯมาร่วมงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2549 เรื่องราวของราชวงศ์และประเทศภูฏานก็ได้กลายเป็นที่สนใจของคนไทยเป็นอย่างมาก ถึงขั้น "จิกมี ฟีเวอร์" เลยทีเดียว
ooo
แต่ไม่เฉพาะคนไทยที่เป็นปลื้มและให้ความสนใจเกี่ยวกับประเทศภูฏานเท่านั้น ชาวภูฏานเองก็มีความผูกพันกับเมืองไทย โดยเฉพาะสมาชิกในราชวงศ์วังชุกแห่งภูฏาน ก็โปรดปรานประเทศไทยมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย โดยไม่เพียงเลือกเมืองไทยเป็นสถานที่พักผ่อนและแหล่งรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังเลือกให้เป็นสถานที่ศึกษาของสมาชิกในราชวงศ์ภูฏานอีกด้วย
oooo
"องค์หญิงยีหวาง พินดาริกา แห่งภูฏาน" เป็นหนึ่งในสมาชิกแห่งราชวงศ์วังชุกที่เลือกมาศึกษาต่อที่เมืองไทย โดยกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ (ประเทศไทย) โอกาสนี้ ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ ได้รับอนุญาตให้เข้าสัมภาษณ์ถึงการใช้ชีวิตในเมืองไทยในฐานะนักศึกษาธรรมดาๆคนหนึ่ง องค์หญิงยีหวาง ได้ทักทายอย่างเป็นกันเองก่อนที่จะเริ่มต้นเล่าเรื่องด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสว่า ท่านเป็นธิดาของเจ้าหญิงเดกี้ เป็นพระธิดาของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 2 ของภูฏาน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ดอร์จิ วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 3 คือท่านลุงขององค์หญิง และสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 4 (พระราชบิดากษัตริย์ภูฏานองค์ปัจจุบัน) เป็นราชโอรสของท่านลุง จึงมีศักดิ์เป็นลูกผู้พี่ลูกผู้น้องขององค์หญิง
oooo
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เค เซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 5 (องค์ปัจจุบัน) องค์หญิงยีหวาง อธิบายว่า ถ้าตามศักดิ์ท่านเป็นอา (ของกษัตริย์จิกมี) แต่ไม่ใช่สายตรง แต่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันดี และด้วยความที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีทรงมีพระชนมายุมากกว่า จึงเปรียบเสมือนพระเชษฐาองค์โตขององค์หญิง หากอยู่ภูฏานก็จะใกล้ชิดกัน เพราะสมาชิกในราชวงศ์วังชุกค่อนข้างสนิทกัน
ooooo
แต่นับตั้งแต่สมเด็จพระราชาธิบดีทรงขึ้นครองราชย์และองค์หญิงมาศึกษาที่เมืองไทย เลยทำให้ไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนักตอนนี้อายุ 21 ปีแล้ว มีพี่สาว 1 พี่ชาย 2 และยังมีพี่สาวซึ่งเป็นฝาแฝดกับองค์หญิงอีกด้วย ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา สำหรับองค์หญิงยีหวาง เริ่มต้นการศึกษาที่ภูฏานจนถึงเกรด 4 จึงไปเรียนต่อชั้นประถมศึกษาที่เซนต์ เฮเลน คอนแวนท์ ในเมือง Kurseong, Darjeeling ประเทศอินเดีย และไปเรียนมัธยมศึกษาที่โรงเรียน Kodaikanal International School ซึ่งสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลายที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดีย ตั้งอยู่ที่เมือง Tami Nadu
ooo
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้องค์หญิงสามารถพูดได้ถึง 5 ภาษาคือ Dzongkha, Bhumthap (ภาษาท้องถิ่นของภูฏาน), ภาษาอังกฤษ, ฮินดี, เนปาล และยังได้เรียนภาษาฝรั่งเศสตอนเรียนมัธยมอยู่ 2 ปี ขณะนี้ก็กำลังเรียนภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์-หัวหิน แต่ยังไม่คล่องเท่าไหร่
oooo
ตอนที่องค์หญิงตัดสินใจมาเรียนที่เมืองไทย สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีได้พระราชทานคำแนะนำอะไรบ้าง ?
"พระองค์รู้สึกดีใจที่ฉันเลือกมาเรียนที่ประเทศไทย เพราะท่านรักประเทศไทย คนไทยทำให้พระองค์ทรงรู้สึกเหมือนเป็นบ้านของพระองค์เอง พระองค์รับสั่งว่า ขอให้โชคดีและเดินทางโดยสวัสดิภาพ นอกจากฉันแล้วตอนนี้ยังมีองค์ชายจาโช จิกมี นัมเกล จอร์จิ มาเรียนที่มหาวิทยาลัยรังสิตด้วย"
OO
เหตุผลที่เลือกมาเรียนที่เมืองไทย ?
"เพราะที่นี่ไม่ไกลจากภูฏานมากนัก ฉันอยากอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว จะได้ไป-มาเยี่ยมกันได้ง่าย การเดินทางไปภูฏานใช้เวลาไม่นาน เพียง 4 ชั่วโมง แต่ต้องไปลงที่อินเดียก่อน และฉันก็ชอบเมืองเล็กๆ สงบๆ ส่วนพี่สาวฝาแฝดของฉัน ชอบเมืองใหญ่ เขาเลยเลือกไปแคนาดา เราเลยแยกกันเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ฉันคุ้นเคยกับเมืองไทย ซึ่งเป็นประเทศที่น่าอยู่ คนไทยก็น่ารัก อาหารก็อร่อย เลยเลือกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์-หัวหิน ซึ่งพี่ชายฉันก็จบจากที่นี่ และเรียนที่นี่ก็ได้ปริญญาของอเมริกา เพื่อนร่วมชั้นก็เป็นชาวต่างชาติจากทั่วโลก เป็นประสบการณ์ที่ดีที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมระหว่างตะวันออกและตะวันตก นอกจากนี้ ในแต่ละเทอมยังสามารถไปเรียนต่อที่แคมปัสอื่นในประเทศต่างๆ เช่น ที่ลอนดอน, เจนีวา, ญี่ปุ่น หรือเซี่ยงไฮ้ แล้วกลับมาเรียนที่เมืองไทยต่อได้ด้วย"
oooo
แม้ทางมหาวิทยาลัยจะเปิดโอกาสให้โยกไปเรียนแคมปัสอื่นในมหาวิทยาลัยเดียวกันได้ แต่ องค์หญิงยีหวาง บอกว่า ไม่คิดจะโยกย้ายไปเรียนที่อื่น ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 3 สาขาสื่อสารมวลชนและการสื่อสาร โดยจะเน้นหนักไปที่การโฆษณาและการตลาด การที่เลือกเรียนทางด้านนี้ องค์หญิงยีหวาง บอกว่า ชอบด้านสื่อมาตั้งแต่เด็ก โดยหวังว่าเมื่อจบไปแล้ว จะนำความรู้ด้านโฆษณาไปทำการประชาสัมพันธ์ ประเทศภูฏานในอนาคต
oooo
ส่วนชีวิตการเป็นนักศึกษาขณะนี้ องค์หญิงยีหวาง เล่าว่า การอยู่ที่นี่เป็นการท้าทายตัวเอง เพราะต้องพบกับชีวิตที่แตกต่างจากที่เคยเป็นอยู่ อย่างการอยู่ด้วยตัวเองในอพาร์ตเมนต์ มีภาระรับผิดชอบมากขึ้น และทำความเคยชินกับระบบศึกษาที่แตกต่าง ต้องทำความรู้จักเจ้าหน้าที่และนักเรียนทุกๆคนในฐานะเพื่อน
เพื่อนๆนักศึกษาทราบหรือไม่คะว่า ท่านเป็นองค์หญิงแห่งภูฏาน
oooo
องค์หญิงยีหวาง ยิ้มอย่างสดใสก่อนบอกว่า "ตอนแรกไม่ทราบ คิดว่าฉันเป็นคนไทยด้วยซ้ำ พอตอนหลังมีคนพูดให้ได้ยิน พวกเขาก็เข้ามาถาม พอรู้ก็ล้อฉัน เป็นเรื่องตลกไปเลย แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำตัวเหมือนเดิม เป็นเรื่องปกติ เพราะส่วนใหญ่เพื่อนๆเป็นนักเรียนชาวอเมริกัน เขาไม่รู้สึกแตกต่างอะไร"
ooo
แล้วท่านพ่อท่านแม่ขององค์หญิงทรงเป็นห่วงหรือแนะนำอะไรบ้างไหม ?
"ท่านไม่ห่วงอะไรมาก บอกให้ตั้งใจเรียน ใช้ชีวิตอย่างปกติ ทำทุกอย่างที่ตัวเองอยากทำ แต่ให้คำนึงถึงความปลอดภัยด้วย และให้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ทำทุกอย่างเพราะคนอื่นอยากให้ทำ เราจะคุยกันค่อนข้างบ่อย อาทิตย์ละ 2 ครั้ง และฉันก็จะกลับบ้านปีละ 2 ครั้ง ทุกซัมเมอร์และช่วงวันหยุดอีก หรือมีงานพระราชพิธีก็กลับไป"
ooo
เมื่อถามถึงความผูกพันระหว่างเมืองไทยกับสมาชิกในราชวงศ์วังชุก
องค์หญิงยีหวาง บอกว่า "ค่อนข้างคุ้นเคย เมืองไทยเป็นที่โปรดของราชสำนัก เพราะถ้าเลือกสถานที่พักผ่อนหรือช็อปปิ้ง จะคิดถึงเมืองไทยก่อนเลย ตอนฉันอายุ 13-14 ปี ก็มาเที่ยวเมืองไทยเกือบทุกปีตอนฤดูหนาว"
ooo
แล้วคนภูฏาน รู้จักเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน ?
"พวกเขารู้จักเมืองไทยดีนะ ส่วนใหญ่เขาก็ชอบเมืองไทย อยากจะมาบ่อยๆ เพราะวัฒนธรรมมีความคล้ายคลึงกัน แล้วก็ชอบช็อปปิ้งที่นี่ ชอบคนไทยด้วย" พร้อมกันนี้ องค์หญิงยีหวาง ยังบอกอีกว่า เมื่อกลับไปประเทศภูฏานแล้ว หากใครถามถึงเมืองไทย องค์หญิงจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้เลยว่า เมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวงดงามหลายแห่ง ผู้คนน่ารักอัธยาศัยดี ส่วนอนาคตขององค์หญิงหลังสำเร็จการศึกษาแล้วนั้น ตั้งใจจะทำงานหาประสบการณ์ทางด้านที่เรียนมา ก่อนที่จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ อาจ จะตั้งบริษัทเกี่ยวกับมีเดีย ดูด้านการสื่อสาร เพราะสายงานนี้กำลังเติบโต ซึ่งคงจะช่วยพัฒนา การสื่อสารในประเทศ ภูฏานด้วย
oooo
พอถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาของประเทศภูฏาน ซึ่งไม่ได้วัดดัชนีการเติบโตจากรายได้ แต่วัดจากความสุข องค์หญิงยีหวาง ยิ้มหวานก่อนตอบว่า "ฉันคิดว่าดีแล้ว และเราคงไม่ต้องห่วงว่าใครจะมองว่าเราล้าหลัง หรือมองที่การเติบโตของประเทศ สมเด็จพระราชาธิบดีทรงอยากให้ชาวภูฏานมีความสุข การเติบโตของประเทศคือความสุขของคนทั้งประเทศ ซึ่งฉันก็เห็นด้วย การที่ทุกคนไม่มีปัญหา ไม่ต้องวิตกกังวลใจเรื่องความปลอดภัยหรืออาชญากรรม มีชีวิตอย่างพอเพียงและยึดวัฒนธรรมประเพณีของเราแบบเดิมๆให้คงอยู่ เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว นอกจากนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีของเราทรงมีรับสั่งเสมอว่า ทุกคนเหมือนอยู่ครอบครัวเดียวกัน ประเทศเดียว ครอบครัวเดียว ดังนั้น พวกเราจึงเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน"
ooo
องค์หญิงรู้จัก "ในหลวง" ของคนไทยหรือไม่ ?
"รู้จักซิ แต่ยังไม่เคยเข้าเฝ้าฯนะ รู้ว่าพระองค์ท่านประทับที่หัวหินด้วย ในหลวงทรงเป็นที่รักของคนไทย ฉันรักและเคารพพระองค์ท่านเหมือนอย่างที่รักและเคารพกษัตริย์ของภูฏานเช่นกัน"
oo
จากที่องค์หญิงใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยมานานหลายปี ประทับใจสิ่งใดมากที่สุด ?
"การใช้ชีวิตอยู่ประเทศไทย ฉันไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก เรามีอะไรคล้ายๆกัน ซึ่งฉันประทับใจหลายอย่าง ทั้งด้านวัฒนธรรมและผู้คน แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกดีมากที่สุดคือ ฉันรู้สึกทึ่งที่เห็นความรักและความเคารพที่คนไทยมีต่อพระมหากษัตริย์ของชาวไทย ซึ่งฉันจะเก็บสิ่งดีๆแบบนี้กลับไปยังประเทศภูฏานของฉันด้วย" เพียงความรู้สึกเท่านี้ก็สามารถรับรู้ได้ว่า ความสัมพันธ์ ฉันมิตรอันดีระหว่างชาวไทยและชาวภูฏาน จะคล้องเกี่ยวเป็นความผูกพันกันตลอดไป.
O
อ่านแล้วก็ให้ยิ้มได้นะชาวหัวหินนะ บ้านเรา....เนี่ยะ มัน...แสนสุขใจ...จริงๆๆๆ

ขอบคุณข้อมูลจากไทยรัฐ
huahinhub Thanks
ooo

5.24.2552

| หัวหินประดามี ๑๖ (สุดHIP กับ Lomoที่หัวหิน)



h
h
h
h
h
h
h
ผ่านไปอีกหนึ่งกิจกรรมสุด HIP ที่สถานฑูตโลโม่ ชักชวนสมัครพักพวก พลพรรครัก ตะลอน ถ่ายรูปกันโดยทริปนี้ ใช้ชื่อว่า 'ร้อนนี้นั่งรถไฟชิวๆ ไปถ่ายโลโม่ที่หัวหินกันเถอะ ! (ที่หีวหิน บ้านเรา ในเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง)

รายละเอียดกิจกรรม (เค้าทำไรกันบ้าง)
- นัดรวมพล เช็คชื่อกันที่หัวลำโพง 9 โมงเช้า บริเวณ food court
- นั่งรถไฟฟรีไปกินข้าวเที่ยงที่หัวหิน
- เดินถ่ายรูปชิวๆ แถวสถานีเรื่อยไปจนถึงหาดเล่นน้ำกัน
(เตรียมชุดมาเผื่อ สำหรับคนที่จะลงน้ำ จะมี Housing ของ LC-A กับ Fisheye ไปให้ลองด้วย)
- เย็นๆ เดินทางกลับโดยรถทัวร์ (ราคาประมาณ 200 บาท)
- จะเอากล้องโลโม่ไปกี่ตัวก็ได้ ไม่จำกัด และอย่าลืมเตรียมฟิล์มไปให้พร้อม
- อุปกรณ์ป้องกันแแดดทั้งหลายอย่าให้ขาด
- รับผู้ร่วมเดินทาง 20 คน (แต่ละคนจะได้รับฟิล์ม Lomo Redscale เอาไปถ่ายให้ยิ่งร้อน..กันคนละ 1 ม้วน)
- ค่าใช้จ่ายออกกันเองตามจริง
เเ
อั่นแน่ ถ้าสนใจกิจกรรมดีดีแบบนี้ อีกก็สามารถติดตามได้จาก http://lomoembassythailand.multiply.com ซึ่งมีกิจกรรมและทริปถ่ายรูป ราคาแสนกันเอง บ่อยมากๆ ให้ได้เลือก เข้าร่วมกัน....สวัสดี
h
ขอบคุณข้อมูลจาก http://lomoembassythailand.multiply.com
huahinhub Thanks

5.20.2552

| หัวหินประดามี ๑๕ (หัวหิน จะมีมิวเซียมได้ในสักวัน)


ไม่มี"มิวเซียม" แสดง"กึ๋น" ในแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติ
คอลัมน์ สยามประเทศไทย โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

ชายทะเลฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด ไม่มีมิวเซียม แบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ พัทยาก็ไม่มีมิวเซียมบอกความเป็นมาของเมืองท่องเที่ยวสำคัญมากแห่งนี้ ที่ค่ายเนินวง จันทบุรี ไม่นับเป็นมิวเซียมแสดงความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตามนัยยะที่เขียนนี้

ชายทะเลฝั่งตะวันตก ตั้งแต่เพชรบุรี, ชะอำ, หัวหิน, ปราณบุรี, สามร้อยยอด, กุยบุรี, ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ ไม่มีมิวเซียมชนิดไหนทั้งนั้น แม้"อาร์ต มิวเซียม" ก็ไม่มี

แหล่งท่องเที่ยวที่ออกชื่อมานี้ หน่วยงานปลูกผักชี(โรยหน้า)มักอวดอ้างว่า เป็น"ระดับนานาชาติ" แต่มันน่าอเนจอนาถที่ไม่เคยได้ยินผู้มีอำนาจวาสนาพูดจาถึงมิวเซียมที่แสดง"กึ๋น"(คือ ภูมิปัญญา) ไม่ว่ามิวเซียมท้องถิ่น หรือ"อาร์ต มิวเซียม" แต่มักได้ยินจนหนวกหูคือลงทุนก่อสร้างสถาปัตยกรรมขยะๆ กับมีกิจกรรมทำลายสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม เพื่อกำไรสูงสุดของตัวเองเท่านั้น

ทำไมเป็นเช่นนั้น? ต้องอ่านความเห็นของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักประวัติศาสตร์รางวัลศรีบูรพา ที่ผมเคยคัดมาให้อ่านเมื่อวันก่อน (ฉบับวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2552) มีความสรุปว่า"สังคมไทยของเราดูเผินๆ ทันสมัยมาก แต่ในความเป็นจริงอนุรักษนิยมสูง มีความโบราณคร่ำครึสูง" ถ้าพูดอีกอย่างหนึ่งหรือสองอย่างจะได้ความว่า สังคมไทย"ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา" และ "ทันสมัย แต่ไร้สมอง"

เมืองท่องเที่ยวทั้งชายทะเลตะวันออกและชายทะเลตะวันตก ล้วน "ทันสมัย"มากๆจนอาจเกินหน้าสังคมตะวันตกบางแห่งไปแล้วก็ได้ แต่ด้านสังคมและวัฒนธรรมแล้ว "ไม่พัฒนา" และ"ไร้สมอง"หลายๆอย่าง เช่นที่ว่ามาแต่ต้นเป็นอย่างหนึ่ง คือไม่มีมิวเซียม ไม่ว่ามิวเซียมแบบไหน

พัทยา อยู่บนเส้นทางเดินทัพของพระเจ้าตากไประยอง, จันทบุรี, ตราด เพื่อรวบรวมผู้คนกับอาวุธยุทโธปกรณ์ไปขับไล่พม่าที่อยุธยา แล้วสถาปนากรุงธนบุรีขึ้น หลังจากนั้นยังอยู่บนเส้นทางสุนทรภู่ไปบ้านกร่ำ เมืองแกลง ระยอง ในแผ่นดินรัชกาลที่ 2

ระหว่างสงครามเวียดนามที่ยืดเยื้อยาวนานหลายปี สหรัฐฯเริ่มทำบริเวณชายทะเลพัทยาเป็นสถานที่พักผ่อนท่องเที่ยวแบบปิดเพื่อบำบัดและบำรุงทหารอเมริกันที่อยู่ในสนามรบเวียดนาม หลังจากนั้นเติบโตเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบเปิดจนโด่งดังระเบิดเถิดเทิงถึงบัดนี้

เพชรบุรี เป็นศูนย์กลางอำนาจรัฐเพชรบุรี-สุพรรณภูมิที่ขยายเลียบฝั่งทะเลตะวันตกไปฟื้นฟูและควบคุมเมืองนครศรีธรรมราช แล้วได้ชื่อเป็นดินแดน"สยาม"ตลอดฝั่งทะเลด้านนี้ โดยมีการค้าสำเภากับจีนมานานนนับพันๆปีมาแล้ว มีหลักฐานอยู่ที่เขาสามร้อยยอด, ปากน้ำปราณบุรี, ซากสถูปทวารวดีที่ชะอำ นอกจากนั้นยังควบคุมเส้นทางการค้าข้ามภูมิภาคออกทะเลอันดามันทางด่านสิงขรที่ประจวบฯด้วย

ทั้งฝั่งทะเลตะวันออกและฝั่งทะเลตะวันตก ล้วนมีพยานหลักฐานโบราณคดีประวัติศาสตร์บอกความเป็นมาอันยาวนานนับพันๆปีของท้องถิ่นนั้นๆ จึงควรมี มิวเซียมจัดแสดงแบ่งปันกับเผยแพร่ความรู้ ทั้งเพื่อคนท้องถิ่น, คนทำงานต่างถิ่นที่ไปรับจ้างอยู่ที่นั่น, และเพื่อนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ
แต่ไม่มี เอ? เอาซี่ สังคมทันสมัย แต่ไร้สมอง



huahinhub อ่านแล้วอ่านอีก กับบทความนี้ใน นสพ.มติชน หลังคิดหลายตลบ ว่าจะนำบทความนี้มาลงใน huahinhub หรือไม่....เอาล่ะ พี่น้องชาวหัวหินก็ทราบคำตอบกันแล้ว..เอาซี่ huahinhub ทำนายว่า เมืองหัวหิน เรา จะมี มิวเซียม ให้ได้ ในสักวัน (จะให้เลิกดูแคลนกันเลย คอยดู :)


ขอบคุณข้อมูลจาก นสพ.มติชน
huahinhub Thanks

5.16.2552

| หัวหินประดามี ๑๔ (ย้อนความทรงจำ ที่เพลินวาน หัวหิน)



huahinhub ขอเชิญชวนพี่น้องชาวหัวหิน ทุกท่าน เยี่ยมชม "เพลินวาน" หมู่บ้านย้อนยุคมีชีวิต ชิมรสอาหาร-ขนมอร่อย เลือกซื้อเสื้อผ้า ดูหนังกลางแปลง สัมผัสบรรยากาศแห่งอดีตปี พ.ศ.2499


หัวหิน ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่พักผ่อน ของผู้มีฐานะดีในสมัยก่อน และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงในยุคต่อมา ผู้คนมากมายมีความทรงจำดีๆ ต่อเมืองชายทะเลแห่งนี้ การได้กลับมาเห็นภาพชีวิตเฉกเช่นในวันวานจึงเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา


วันนี้เมื่อกลุ่มคนที่หลงรักอดีตของหัวหินร่วมกันเนรมิตบ้านเรือน ร้านค้า ร้านกาแฟ ที่เคยอยู่ในภาพถ่ายให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อให้เป็นจุดหมายใหม่ในการเดินทางสู่เมืองหัวหินในนามของ เพลินวาน "ศูนย์รวมความสุข สถานที่ซึ่งหยุดเวลาในอดีตไว้ เพื่อเล่าขานเรื่องราวมากมายของวีถีหัวหินกาลก่อน สู่กาลปัจจุบัน" จึงได้รับความสนใจไม่น้อยจากนักท่องเที่ยว

เพลินวานมีลักษณะคล้ายหมู่บ้านย้อนยุคที่มีชีวิต (Eco Vintage Village) ที่มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า ร้านขายขนม ร้านเหล้าในสมัยก่อน รูปแบบของหมู่บ้านนี้จะร้านค้าที่ทำจากไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในช่วง พ.ศ.2499 อีกครั้ง เป็นสถานที่ที่เน้นการขายอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของที่ใช้ในการตกแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของพนักงานซึ่งจะเป็นของที่ใช้จริงในสมัยนั้น แต่ที่โดดเด่นไม่เหมือนที่อื่นก็คือข้าวของที่นี่สามารถซื้อขายได้จริง ไม่ใช่แค่ตั้งโชว์เหมือนพิพิธภัณฑ์

คำว่าเพลินวาน มาจาก "Play and Learn ในวันวาน" ด้วยความปรารถนาให้ทุกคนมามีความสุขด้วยกัน มานึกถึงความรู้สึกดีๆในอดีต เรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิม ตามแนวคิดของ ภัทรา สหวัฒน์ จิ๊กโก๋เพลินวานผู้ที่พยายามทำฝันให้เป็นจริง

"เชื่อว่าทุกคนจะมีความทรงจำในอดีต อยากให้มาที่นี่แล้วได้ย้อนไปนึกถึงเรื่องราวในวันเหล่านั้น อย่างน้อยๆ ก็ยิ้มได้ ในหนังกลางแปลงที่จะฉาย หลายเรื่องก็ล้วนแต่มีฉากหลังเป็นหัวหินทั้งนั้น ร้านเสื้อที่เป็นแหล่งพบรักของหนุ่มสาวสมัยก่อนก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งอย่างที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายต่อหลายคน"

อีกสิ่งที่ภัทราพยายามทำให้เกิดขึ้นจริงในเพลินวานก็คือ การให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยในเพลินวานจะเปิดโอกาสให้หาบเร่ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้เข้ามาจับจองพื้นที่ค้าขาย เพื่อสนับสนุนให้คนท้องถิ่นมีพื้นที่ทำกิน ไม่ต้องคอยวิ่งหลบเจ้าหน้าที่เทศกิจ แต่เพื่อให้อยู่ในคอนเซ็ปต์ ทางเพลินวานจึงได้จัดอุปกรณ์สำหรับค้าขายไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นหรือหาบขายของเพื่อให้มีรูปแบบที่เป็นไปในทางเดียวกัน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้แก่เด็กๆและคนพิการ สามารถเข้ามาทำงานที่นี่ โดยทางร้านจะมีทางลาดและลิฟท์สำหรับรถเข็นผู้พิการ แม้ตัวอาคารจะเป็นเพียงแค่บ้าน 2 ชั้นเท่านั้น

ในส่วนของงานวัดซึ่งจะมีทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นอกจากจะเน้นบรรยากาศแบบย้อนยุคแล้ว ยังจะมีพื้นที่สำหรับเด็กนักเรียนเข้ามาขายของหารายได้พิเศษ ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ที่นี่จะเป็นแบบ Green Board คือเป็นเฟอร์นิเจอร์ Recycle ทำจากกระดาษลังหรือกล่องนม ถือว่าเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติในอีกรูปแบบ

แม้ว่าตอนนี้เพลินวานจะเปิดให้บริการเพียงแค่ส่วนเดียว แต่ภายในเดือนกันยายนนี้จะเปิดให้เข้าชมอย่างเต็มรูปแบบทั้งสามส่วน มีทั้งแฟชั่นเปรี้ยวๆ ในวันวานกับห้องเสื้อไฉไล, พักร้อนด้วยเพลินวานไอศกรีม, ของเล่นในสมัยวันวาน, กาแฟโบราณอันเลื่องชื่อของหัวหิน, ร้านข้าวอุ่น แกงร้อน อาหารเลื่องชื่อตำหรับหัวหิน, ร้านเหล้าเพลินวาน ที่มีทั้งสุราและยาดอง, สถานีจัดรายการ เพลินเพลง เพลินวาน ที่จะเปิดเพลงในสมัยก่อนให้เพลิดเพลินตลอดวัน

นอกจากนี้ยังมีลานกิจกรรมที่จะมีการฉายหนังกลางแปลงในแบบฉบับงานวัด สามารถเลือกซื้อเทปคาสเซทเพลงเพราะๆ ของวันวาน วิดีโอหนังรักวัยหวาน ใบปิดหนังดังรวมถึงดาราในดวงใจ พร้อมกับเก็บภาพมุมเก่าๆ ในเพลินวานไว้เป็นที่ระลึก หรือจะแวะส่งโปสการ์ดหาเพื่อนที่ไม่ได้มาให้อิจฉาเล่นก็สามารถทำได้ ตกดึกใครอยากนอนหลับฝันดีสามารถเข้าพักที่ พิมานเพลินวาน ที่พักแนว Retro ได้อีกด้วย

เรียกว่ามาที่เพลินวานแห่งนี้ อดีตอันงดงามจะย้อนกลับมาให้คุณได้หวนระลึกถึง เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับการพักผ่อนในหัวหิน ร่วมกับครอบครัวหรือคนรัก ที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.00-24.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด การเดินทางก็ไม่ยาก ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพระราชวังไกลกังวล หมุดหมายที่ใครๆ ต่างรู้จักดี



ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ
huahinhub Thanks

5.14.2552

| หัวหินประดามี ๑๓ (เที่ยวหัวหิน..ย้อนวันวาน-ยุคปริศนา)


ขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-หัวหิน เที่ยวเก้าโมงเช้าวันเสาร์ 30 พฤษภาคมนี้ ทำท่าจะสนุกครึกครื้นกันน่าดู เพราะสองตู้โบกี้รถไฟปรับอากาศ ที่จะถูกจำลองบรรยากาศย้อนยุคในงาน "รำลึกถึงอดีต...หัวหินถิ่นหรรษา"
hhh
โดยบรรดาชาวคณะทัวร์หนุ่มสาวสังคมรุ่นใหญ่ เตรียมตัวนัดกันไปฉลองปาร์ตี้ย้อนยุค เปิดกรุแฟชั่นเสื้อผ้าย้อนยุคแปลงโฉมเป็นสาวในยุค'ปริศนา'จากนวนิยายตำนานรักโรแมนติกของ ว.ณ ประมวญมารค ตีตั๋วมาเที่ยวทะเลกันที่หัวหิน
hhh
นำทีมโดย สุพัฒนา อาทรไผท นายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สปอท.) ชวนกันมาเที่ยวพักผ่อนเมืองตากอากาศหัวหินในบรรยากาศย้อนรำลึกอดีตวันวาน ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ"หัวหิน 100 ปี" ในปีนี้ และขานรับกับโครงการ "เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก" หันมาเที่ยวในเมืองไทย
hhh
เฉพาะแค่วันงานแถลงข่าว บรรยากาศยังเต็มไปด้วยสีสัน เพราะสมาชิกแต่ละคนที่มาร่วมแถลงข่าวงานวันนั้น ต่างขนเสื้อผ้าแฟชั่นคุณนายย้อนยุคทั้งลายดอกสีหวาน สีสดใส หมวกปีกกว้างใบเก๋แต่งมาประชันกันสุดฤทธิ์ พร้อมด้วยแฟชั่นเปรี้ยวจี๊ดย้อนยุคในชุดว่ายน้ำสีส้มแสด ชุดเดรสกระโปรงบานสีแดงแรงฤทธิ์ ฯลฯ ครบเครื่องทั้งเสื้อผ้าหน้าผมมาร่วมสร้างสีสันก่อนถึงวันจริง
hhh
สำหรับไฮไลต์ของงาน "รำลึกถึงอดีต...หัวหินถิ่นหรรษา" ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคมนี้ พล.อ.ต.หญิงลัดดาวดี มงคลอภิบาล ประธานฝ่ายกิจกรรม เล่าว่า งานนี้จะจำลองบรรยากาศเดินทางไปอำเภอหัวหินในวันวาน เริ่มตั้งแต่การเดินทางโดยรถไฟออกจากกรุงเทพฯ โดยให้ผู้ร่วมเดินทางแต่งกายย้อนยุคตามบทประพันธ์เรื่อง'ปริศนา' ระหว่างเดินทางอาจจะเสิร์ฟอาหารด้วยเมนูคลาสสิกบนรถไฟ อาทิ ข้าวผัด และโอเลี้ยง เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบการเดินทางในอดีต
hhh
ก่อนจะนั่งรถสามล้อต่อไปยังโรงแรมที่พัก โรงแรมโซฟิเทล เซนทารา แกรนด์ รีสอร์ท หรือ โรงแรมรถไฟเดิมในอดีต พร้อมด้วยปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำในบรรยากาศแบบวันหวานยังหวานอยู่ ทั้งบทเพลงย้อนยุค และการแสดงแสงสีบทเวทีเพื่อรำลึกเรื่องราววันวานในอดีตครบรอบ 100 ปีของหัวหินโดย 'ศศิ เธียเตอร์'
hhh
ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสนุกๆ อาทิ ค้นหาคนสวยปริศนา..มองหาชายพจน์ และเดินเที่ยวตลาดหัวหินยามค่ำคืน และในวันรุ่งขึ้นจะเป็นการเที่ยวชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และพระราชวังบ้านปืน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
hhh
สำหรับสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สปอท.) ก่อตั้งโดย หม่อมพร้อยสุพิณ วรวรรณ เมื่อปี 2502 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ และกระชับสันติสัมพันธ์ระหว่างสตรีในภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์ และเพื่อช่วยกันปรับปรุงภาวะสังคมให้ดีขึ้น ปัจจุบันสมาคมฯ มีสมาชิก 1,140 คน จากหลากหลายอาชีพ อาทิ นักสังคมสงเคราะห์ นักธุรกิจ นักวิชาการและนักการศึกษา เป็นต้น
hhh
โดยงานสังสรรค์ "รำลึกถึงอดีต...หัวหินถิ่นหรรษา" ปีนี้ จะมีการจำหน่ายบัตร รวมทั้งทริปตลอดการเดินทางอาหารและที่พัก และแยกจำหน่ายเฉพาะบัตรร่วมงานเลี้ยง ใครสนใจจะไปย้อนยุค'ปริศนา'รำลึกหัวหินในวันวาน สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.086-067-5877, 02-711-5767
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ
huahinhub Thanks
hhh

| หัวหินประดามี ๑๒ (huahin jazz festival 2009)



เริ่มแล้ว เทศกาลดนตรีแจ๊สใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เพื่อสดุดีพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมฉลอง 100 ปีหัวหิน

เริ่มโบกธงออกสตาร์ทกันแล้ว สำหรับเทศกาลดนตรีแจ๊สที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย “HUA HIN JAZZ FESTIVAL 2009 ” (หัวหินแจ๊ส เฟสติวัล 2009)
hh
โดยครั้งนี้ เทศบาลเมืองหัวหินร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ และ Hotelier’s Club ได้มอบหมายให้ บริษัท พลัสไฟว์ จำกัด ร่วมด้วย บริษัท ฟาติมา บรอดคาสติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดขึ้นเพื่อยกย่องสดุดีในพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อัครศิลปินที่ยิ่งใหญ่ของโลก และเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี หัวหิน โดยเน้นคอนเซ็ปต์ “หัวหิน กรีนแจ๊ส” รณรงค์ให้ผู้ร่วมงานตระหนักถึงภาวะโลกร้อน ด้วยการปลูกต้นไม้ และเก็บขยะรอบๆ ชายหาดหัวหิน
hhh
ซึ่งรายละเอียดของเทศกาลนี้ วิลาสินี จิวานนท์ ผู้บริหารจาก บริษัท พลัสไฟว์ จำกัด ได้แจงให้ฟังว่า“จากการที่ เทศบาลเมืองหัวหิน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ให้ความไว้วางใจ พลัสไฟว์ ร่วมกับ ฟาติมา ในการเนรมิตเทศการดนตรีแจ๊สที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ

ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีที่จะได้จัดงานที่ยิ่งใหญ่นี้ให้เป็นที่กล่าวถึงของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป"โดยในปีนี้จะเน้นเรื่องของการจัดการให้มีความสะดวก และมีระเบียบมากขึ้น

โดยได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องที่พัก, อาหาร-เครื่องดื่ม, การจราจร, สาธารณูปโภค และความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน"
hh
นอกจากนี้เรื่องของโชว์ เราก็ได้เชิญ ศิลปินแจ๊สที่เรียกว่าเป็นที่สุดของแต่ละประเทศทั้งยุโรป, เอเชีย และศิลปินต่างประเทศที่ตอบตกลงมาแล้วตอนนี้ก็มี บราซิล อังกฤษ เดนมาร์ก ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์

ส่วนฝั่งไทยเราเองก็ไม่น้อยหน้า ได้มือหนึ่งมาทั้งนั้น อย่าง คุณต๋อง เทวัญ , คุณโก้ มิสเตอร์แซกแมน , ฟอร์ด สบชัย, วงอินฟินิตี้ , วงบางกอกคอนเน็คชั่น ,วงดูบาดู , ลุลา , เกล ดีล่า , นุ้ย วิริยาภา , วงสาวสะดุ้งแบนด์ ฯลฯ"โดยทั้งศิลปินไทยและเทศก็จะมีเล่นแจมกันบ้าง เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ แน่นอนว่ามีเซอร์ไพร์สค่ะ
hh
ซึ่งปีนี้เรากำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2552 ทั้งหมด 2 เวที คือ บีช สเตจ (BEACH Stage) ตั้งอยู่บริเวณชายหาดหัวหิน ส่วนอีกเวทีคือ แจ๊ส รอยัล สเตจ (JAZZ ROYALE Stage) อยู่บริเวณสวสาธารณะ โผน กิ่งเพชร โดยทั้งสองเวทีจะมีทั้งศิลปินไทย และต่างประเทศสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีตั้งแต่เวลาประมาณ 4 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน
hh
"จัดว่าเป็นอีกหนึ่งงานยักษ์ของประเทศไทย ในนามของผู้จัดเราอยากให้คนไทยทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมดนตรีแจ๊สที่ยิ่งใหญ่นี้ และช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวมากันเยอะๆ นะคะ”

ด้าน รวิวรรณ จินดา ผู้บริหาร บริษัท ฟาติมา บรอดคาสติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดงานในครั้งนี้ เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทั้งภาครัฐ และเอกชน คือ เทศบาลเมืองหัวหิน, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์, Hotelier’s Club, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ"ซึ่งได้ช่วยอำนวยความสะดวกในทุกเรื่อง
hh
โดยท่านผู้ว่าฯ และท่านรองผู้ว่าฯ จังหวัดประจวบฯ ให้คำแนะนำว่า ปัจจุบันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประทับที่พระราชวังไกลกังวลอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์ท่าน ก็เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วโลก จนผู้คนทั่วโลก ต่างกล่าวถึงพระองค์ท่านว่า คิงส์ ออฟ แจ๊ส"จึงเป็นที่มาของการจัดงานเทศกาลงานดนตรีแจ๊ส เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้
hhh
ซึ่งปีนี้เรากำหนดให้วงดนตรีทุกวงทั้งไทย และต่างประเทศ อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงมาโชว์บนเวทีด้วย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ได้ช่วยประชาสัมพันธ์เทศกาลในครั้งนี้ ให้ต่างประเทศได้รับรู้ และเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานอีกทางหนึ่งด้วย
hhh
"ส่วนเรื่อง หัวหิน กรีน แจ๊ส ก็สืบเนื่องมาจากหลังการจัดงานทุกปีที่ผ่านมา จะมีเศษขยะ ขวดแก้ว กระป๋อง และสิ่งเหลือใช้ต่าง ๆ ตกค้างอยู่บริเวณหาด และรอบ ๆ สถานที่จัดงานเป็นจำนวนมาก แต่ในครั้งนี้ท่านผู้ว่าฯ จะนำทีมศิลปิน และผู้ร่วมงานเดินเก็บขยะบริเวณหาดและรอบ ๆ สถานที่จัดงานด้วยตัวเอง และท่านยังได้เพาะกล้าไม้เตรียมไว้แจกให้พวกเราช่วยกันปลูกเพื่อลดภาวะโลกร้อนด้วยค่ะ”
hhh
ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
huahinhub Thanks
hhh

5.05.2552

| หัวหินประดามี ๑๑ (HUAHIN JAZZ FESTIVAL)


สีสันความสนุกของ 'เทศกาลดนตรีแจ๊ส' กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว
hhh
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหินชะอำ และ Hotelier Club กำหนดจัดงานเทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปี 2552 หรือ“HUA HIN JAZZ FESTIVAL 2009”

งานเทศกาล HUA HIN JAZZ FESTIVAL ได้กลายเป็นงานเทศกาลดนตรีแจ๊สบนชายหาด ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไปแล้ว ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 8 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องสดุดี ในพระอัจฉริยภาพทางดนตรี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์อัครศิลปิน ที่ยิ่งใหญ่ของโลก และเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีหัวหิน ในคอนเซ็ปต์หัวหิน กรีน แจ๊ส ซึ่งจะเป็นอีกครั้ง ของการรวบรวมสุดยอดศิลปินแจ๊สจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งเอเชียและยุโรป พร้อมด้วยศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย มาบรรเลงเพลงแจ๊สให้ฟังกันสดๆ กับบรรยากาศสบายๆ ริมชายหาด โดยงานจะมีขึ้นในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2552 ณ บริเวณในกลางเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ โทร 032-513-885 เว็บไซต์ www.huahinjazz2009.com และ Call Center 1672

ขอบคุณข้อมูลจากwww.moct.net huahinhub Thanks

4.22.2552

| หัวหินประดามี ๑๐ (ศูนย์รักษ์สุนัข หัวหิน)


อีกหนึ่งในกิจกรรมสร้างสรรค์ ของ 94 EFM เพื่อศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน โครงการตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ huahinhub หยิบยกมาฝาก ไปติดตามกัน....

EFM ชวนคนรักสุนัขร่วมแบ่งปันความสุข.. กับ..
ดาราอาสาสมทบทุนช่วยสุนัขเร่ร่อน สัมผัสความน่ารักของเหล่ามะหมาแสนรู้.. ร่วมเล่นเกมส์สนุกๆกับเหล่าดารา.. พร้อมลุ้นของรางวัลน่ารักๆสุดกิ๊บเก๋ !!!

พบแฟชั่นโชว์น้องหมากับดาราคู่ใจ..
เวียร์ ศุกลวัฒน์, แพนเค้ก เขมนิจ, ชิน ชินวุฒิ,
ต่ายและนาถ SeasonChange และ นัท รอน ปั๊ม ลูกโป่งจากAF
พบกัน 25 เมษายนนี้ ณ ลาน EDEN ชั้น 2
CENTRAL WORLD (เข้าตรงทาง SKY WALK) บ่ายสามโมงเป็นต้นไป

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะมอบให้ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน
โครงการตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ความเป็นมาของศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน
1. งบประมาณการก่อสร้าง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานเงินจากการจำหน่ายเสื้อทองแดง จำนวน 4,000,000 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) เป็นงบประมาณการก่อสร้างศูนย์รักษ์สุนัขในเบื้องแรก

2. พื้นที่
ตั้งอยู่บริเวณวัดเขาอิติสุขโต ถนนหัวหิน-หนองพลับ มีเนื้อที่ 22 ไร่เศษ ซึ่งวัดเขาอิติสุขโตเป็นผู้มอบพื้นที่ให้

3. การดำเนินการก่อสร้าง
กองงานส่วนพระองค์สำนักพระราชวังมอบให้กรมชลประทานสำรวจและออกแบบ กองพันทหารช่างที่ 11 รักษาพระองค์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง

4. การส่งมอบศูนย์รักษ์สุนัข
เทศบาลเมืองหัวหินรับมอบเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2546

5. การดำเนินการศูนย์รักษ์สุนัข
รับสุนัขจรจัดในเขตเทศบาลเมืองหัวหินเข้ามาดูแล ปัจจุบันมีสุนัขจำนวน 1,364 ตัว แยกเป็น เพศผู้ 509 ตัว เพศเมีย 855 ตัว ( ณ เดือนสิงหาคม 2548)

6. ค่าใช้จ่าย
เทศบาลเมืองหัวหินตั้งงบประมาณสนับสนุนเป็นค่าอาหาร เวชภัณฑ์ ค่าจ้างบุคลากร เป็นต้น เป็นเงินประมาณ 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) ต่อปี
ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา โดยผ่านบัญชีธนาคารออมสิน เลขที่ 02-1202-20-086956-3 สาขาอำเภอหัวหิน

7. ผู้รับผิดชอบ
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองหัวหิน

8. แผนการดำเนินงาน
ก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่ในวงเงินงบประมาณ 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) ซึ่งอยู่ในระหว่างการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญ ส่งเจ้าหน้าที่ดูแลสุนัขเข้ารับการฝึกอบรมการฝึกสุนัขจากศูนย์สุนัขสงคราม จ.นครราชสีมา

9. สถานที่ติดต่อ
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
หมายเลขโทรศัพท์ 0-3253-2476
อีเมล์
PPh.76@yahoo.com
หมายเลขโทรศัพท์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษ์สุนัข


ขอบคุณข้อมูลจาก 94 EFM และเทศบาลหัวหิน
huahinhub Thanks

4.07.2552

| หัวหินประดามี ๙ (ไร่ทวีกาญจน์รีสอร์ท เมืองหัวหิน)







สวัสดี ชาวหิน...
กลับมาคราวนี้ 'หัวหินหับ' เต็มใจนำเสนอ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งใหม่ ไม่ใกล้ไม่ไกล จากตัวเมืองหัวหินมาฝากกัน


“ไร่ทวีกาญจน์รีสอร์ท” ตั้งอยู่ที่ บ้านคลองน้อย ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน ที่เหมาะสำหรับ นักท่องเที่ยวและชาวเมืองหัวหิน ผู้รักธรรมชาติ ขุนเขา แมกไม้ สายน้ำ และการผจญภัย โดยหากชาวหัวหินต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย มากมายในเมือง หัวหินหับขอแนะนำทุกท่านมาเที่ยวชมและพักผ่อนกันที่นี่ ที่ 'ไร่ทวีกาญจน์รีสอร์ท' ด้วยกันนะ
hhh


'ไร่ทวีกาญจน์รีสอร์ท'
อยู่ติดกับริมน้ำธรรมชาติ แหล่งต้นน้ำจากน้ำตกป่าละอู ที่ให้ความร่มรื่น เพื่อการผักผ่อนที่เป็นส่วนตัว ท่ามกลางขุนเขา และสายน้ำ ที่สำคัญให้บริการห้องพักที่(สะอาด)และ(ไม่แพง) ว้าว !! เนื่องจากหัวหินหับไปมาแล้วอันนี้ยืนยัน "ไร่ทวีกาญจน์รีสอร์ท" ยังมีบริการอื่นๆ ที่หัวหินหับจะได้แนะนำอีก ตามมา ตามมา



ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการติดต่อ เข้าพัก และท่องเที่ยวธรรมชาติ แสนรื่นรมณ์
๐ เต็นท์และสถานที่กางเต็นท์บนสนามหญ้ากว้าง บรรยากาศดีกันเอง ครัวริมน้ำบริการอาหารอร่อย ราคาย่อมเยา

๐ สัมผัสความสนุกสนานกับกิจกรรมมากมายในรีสอร์ท เช่น แคมปิ้ง ล่องแก่ง เล่นน้ำ ล่องเรือ โหนสลิง ดูนก ตกปลา รอบกองไฟ คาราโอเกะ ฯลฯ

๐ พร้อมแพคเกจทัวร์ สนุก สุดคุ้ม ให้เลือก อีกมากมาย

ครัวริมน้ำ ธรรมชาติ บริการอาหารพื้นบ้าน สะอาด รสชาติจัดจ้าน นั่งรับประทานอาหารริมน้ำ ชมธรรมชาติ เพลิดเพลินกับบุตรหลานเล่นกิจกรรมทางน้ำที่เย็นเจี๊ยบน้ำใสเห็นตัวปลาหมายเหตุ ถ้าลูกค้าไม่ได้ซื้อแพคเกจทัวร์ ต้องการให้ทางเราจัดเตรียมอาหารให้ กรุณาสั่งล่วงหน้า ทางเราจะได้เตรียมอาหารสดใหม่ไว้บริการท่าน

๐ กิจกรรมแสนสนุก ไร่ทวีกาญจน์รีสอร์ท มีหน้าน้ำเป็นส่วนตัวยาว ไว้ให้นักท่องเที่ยวเลือกเล่นกิจกรรมสนุกสนานต่าง ๆ มากมาย เช่น การล่องแก่งด้วยเรือยาง ล่องเรือคะยัค การกระโดดสลิงจากต้นไม้สูงลงน้ำ การท่อแพไม้ไผ่ เล่นน้ำ ดูนก ตกปลา เป็นต้นบรรยากาศที่สงบเงียบ ร่มรื่น

๐ บริการนวดแผนไทย

๐ คาราโอเกะ

๐ กิจกรรมรอบกองไฟ



รายละเอียดทั่วไป และอัตราค่าบริการ
๐ ค่าเช่าเสื้อชูชีพ 30 บาท
๐ ค่าเช่าเรือคะยัค สำหรับ 2 ท่าน พร้อมเสื้อชูชีพ ราคา 300 บาท
๐ ค่าเช่าเรือยาง สำหรับ 4-5 ท่าน พร้อมเสื้อชูชีพ ราคา 600 บาท
๐ รอบกองไฟ ครั้งละ 500 บาท
๐ ร้องเพลงคาราโอเกะ ตั้งแต่เวลา 18.00 - 24.00 น. ราคา 1,500 บาท ( แจ้งล่วงหน้า )
๐ นวดแผนไทย คอร์สละ 2 ชั่วโมง ราคา 300 บาท ( แจ้งล่วงหน้า )


เพจเกจสุดคุ้ม
2วันหนึ่งคืน และ 3วัน2คืน สำหรับนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม 8 ท่านขึ้นไป ตามระยะเวลา การพักผ่อนที่คุณพอใจ สนุก สุดคุ้ม

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
๐ น้ำตกป่าละอู-นำตกแพรกตระคร้อ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีลำธารไหลคดเคี้ยวไปตามป่าดงดิบ มีแก่งหินและวังน้ำกระจายอยู่ทั่วไป อยู่ทางตอนเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งขาติกุยบุรี ท้องที่อำเภอปราณบุรี
๐ วักป่าชลิตานุสรณ์ ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 บ้านห้วยยาง เดินทางโดยถนนสายหัวหิน - หนองพลับ - คอกช้าง - บ้านห้วยยาง ระยะทางประมาณ 48 กม.
๐ ไร่องุ่น hua hin hill ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยคุณเฉลิม (เจ้าของกระทิงแดง) เป็นผู้ก่อตั้ง
๐ วัดห้วยมงคล” เป็นวัดที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกแต่เดิมใช้ชื่อว่า “วัดห้วยคต” ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำรองที่พัก ติดต่อได้ที่
๐ คุณชวรัชต์ วณิชธนภัทร (แหม่ม) มือถือ 089-7087399โทร/แฟ็กซ์ 032-571142 (เวลา 8.00-20.00 )
หรือติดต่อและเยี่ยมชมทางเว็บไซต์ http://www.taweekarnresort.com/


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.taweekarnresort.com
huahinhub Thanks