5.28.2552

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๖๖ (เครื่องประดับมีชีวิต)

kk
เครื่องประดับมีชีวิต - ช่วยเพิ่มออกซิเจน!
เป็นเครื่องประดับอยู่บนนิ้วของเรา แต่ว่ามันมีชีวิตและเติบโตได้แถมยังเพิ่มออกซิเจน และช่วยคลายเครียดได้ทุกทีที่เราเหลือบมอง?
hhhh
…คำตอบที่ถูกต้องก็คือ “แหวนต้นไม้” ไงล่ะ ผลงานนี้ออกแบบขึ้นโดยนักออกแบบชาวไอซ์แลนด์นามHafsteinn Juliusson เป็นการทดลองผสานงานออกแบบเครื่องประดับเข้ากับการทำสวน แหวนที่ว่ามีตัวเรือนเป็นแหวนจริง แต่มีหญ้ามอสไอซ์แลนด์ปลูกอยู่ข้างบน ผู้สวมใส่ต้องหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจแหวนวงนี้เอาไว้ ด้วยการรดน้ำและตัดแต่งเพราะเจ้าของต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า นี่เป็นแหวนมีชีวิตที่สามารถเจริญเติบโตได้
kkk
โดยเมื่อต้นปีนี้ Juliusson ได้นำ “แหวนต้นไม้” ออกแสดงที่ Reykjavik Art Museum ในกรุงเรกยะวิก ประเทศไอซ์แลนด์ไปเป็นที่เรียบร้อย แหวนถูกตั้งโชว์อยู่ในกระบะทราย มีการใช้แสงสปอตไลท์เพื่อเร่งการเติบโตของต้นหญ้าเห็นแล้วก็ได้แต่คิดๆๆๆ ว่า เราจะผสมอะไรเข้ากับอะไร จึงจะได้งานออกแบบแจ๋วๆ เหมือน “แหวนต้นไม้”อันนี้ ช่างเข้ากับยุคโลกร้อนเสียจริง (ยกนิ้วให้)

ขอบคุณข้อมูลจาก: http://hafsteinnjuliusson.com/
http://www.designboom.com http://www/tcdcconnect.com
huahinhub Thanks

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๖๙ (ตลุยพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนกับ TKpark)



h
h
h
h
h
h
h
h
h
TK Day Camp จัดกิจกรรมเรียนรู้ เยือนยี่สาร..ชุมชนแห่งสารน้ำ พาเด็กเมืองกรุงสัมผัสวิถีพื้นถิ่น-การทำกินของชาวชุมชนยี่สาร จังหวัดสมุทรสงคราม
hhhh
ยี่สาร” ชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนภูเขาแห่งเดียวในจังหวัดสมุทรสงคราม ล้อมรอบด้วยทะเลตมและป่าชายเลน ขึ้นชื่อว่าเป็นผืนป่าที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำและพืชพันธุ์นานาชนิด คนในชุมชนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตพึ่งพิงธรรมชาติ สร้างภูมิปัญญาการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว
hhh
และเพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ สมาชิกอุทยานการเรียนรู้ หรือTK park ที่มีอายุระหว่าง 10-15 ปีได้ใช้เวลาในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ TK park จึงได้จัดกิจกรรม TK Day Camp “เยือน
ยี่สาร...ชุมชนแห่งสารน้ำ” ในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ณ ชุมชนบ้านเขายี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยมีน้องๆ เยาวชนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 42 คน พร้อมด้วยอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ อีก 12 คน เพื่อศึกษาการกระบวนการจัดค่ายเยาวชนต้นแบบเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
hhh
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้น้องๆ ได้เรียนรู้เกี่ยววิถีชีวิตของคน
ยี่สารทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของชุมชนที่สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา พร้อมเข้าชมพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สารซึ่งเป็นต้นแบบของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลายแห่งในประเทศไทย นอกจากนี้น้องๆ ยังได้สัมผัสกับเขายี่สาร ซึ่งเป็น“ภูเขาหินปูนแห่งเดียวของ จ.สมุทรสงคราม” สักการะพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีนิ้วพระบาท 9 นิ้ว สัมผัสพื้นที่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมเรียนรู้วิธีการเผาถ่านไม้จากไม้โกงกาง และการทำผ้ามัดย้อมจากทรัพยากรใกล้ตัว
hhhh
น้องมาวิน ณัฐพันธ์ สุนทรธนวัจน์ เด็กชายตัวน้อยอารมณ์ดี ที่ช่างซักช่างถามจากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก จนกลายเป็นขวัญใจของพี่ๆ ในค่าย ได้บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า สนุกมากๆ ครับ และได้ความรู้หลายอย่าง เช่น การเผาถ่าน การมัดย้อมผ้า แต่ที่เรียนมาวันนี้ทั้งหมดชอบการเผาถ่านมากที่สุด เพราะได้เรียนรู้เรื่องการเลือกใช้ไม้ ว่าควรจะนำไม้อะไรมาทำถ่าน ที่นี่พวกพี่ๆ เค้าใช้ไม้โกงกาง ใช้ได้ทั้งต้นเลย แต่ต้องตีเปลือกออกก่อน ไม้ท่อนใหญ่ๆก็ใส่ในเตาก่อนแล้วค่อยเอาไม้ท่อนเล็กๆตรงรากใส่ข้างบนให้เต็มเตา แล้วจึงค่อยเริ่มเผา"
hhh
และเมื่อถามว่ารู้ไหมว่าเอาไม้โกงกางจากไหน? น้องมาวินก็รีบชี้ไปที่ป่าโกงกางฝั่งตรงข้ามคลอง “เอามาจากป่าครับ พี่ธนู (นายธนู พยนต์ยิ้ม) บอกว่าตัดมาจากป่าโกงกาง แต่ตัดแล้วชาวบ้านที่นี่จะต้องปลูกโกงกางขึ้นทดแทนทันที่ เพื่อที่ชุมชนนี้จะได้มีไม้โกงกางใช้ทำถ่านเรื่อยๆ และวันนี้ผมยังได้ถ่านเป็นที่ระลึก 1 ก้อนครับ จะเอากลับบ้านไปทดลองเผาดูว่าไฟแรงดีอย่างที่พี่เขาบอกจริงรึเปล่า”
hhhh
ด้าน น้องบีม ณัฐชา รุ่งรัศมีวิริยะ จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เล่าถึงความรู้สึกต่อการมาเข้าค่ายครั้งนี้ว่า ได้รับความรู้มากมายและสนุกด้วย ไม่เคยรู้จักและไม่เคยมาเขา
ยี่สาร มาครั้งนี้ได้รู้จักความเป็นมาของบ้านยี่สารมากขึ้น ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ การเผาถ่าน การทำผ้ามัดย้อม
hhh
กิจกรรมที่ชอบมากที่สุดคือ “การทำผ้ามัดย้อม” เพราะที่นี่จะใช้สีธรรมชาติที่หาได้จากวัสดุใกล้ตัว และวันนี้พี่ๆ วิทยากรก็เตรียมสีไว้ให้ 2 สี คือสีเหลืองที่ได้จากใบของต้นหูกวาง และสีน้ำตาลที่ได้จากเปลือกไม้ตะบูน โดยนำเปลือกไม้ตะบูนและใบของต้นหูกวางมาแช่ในน้ำด่างที่ได้จากการนำน้ำผสมกับขี้เถ้าที่เหลือจากการเผาถ่าน น้ำด่างจะช่วยให้สีออกมาดีกว่าน้ำธรรมดา แถมยังช่วยให้สีติดดีอีกด้วย การมัดย้อมผ้าถือเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งความรู้ที่ได้รับในวันนี้จะนำไปบอกต่อกับเพื่อนๆ และคนในครอบครัว
hhh
ส่วน น้องกาย จุติ บุณยรัตพันธุ์ จากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ซึ่งเดินทางมาจากชลบุรีเพื่อเข้าร่วมค่ายนี้โดยเฉพาะบอกว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาเขา
ยี่สาร กิจกรรมที่จัดทั้งหมดสนุกมาก "ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุนชนแห่งนี้ ได้เห็นธรรมชาติของป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ที่สำคัญเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอาชีพการเผาถ่าน เห็นแล้วก็รู้สึกทึ่งมาก เพราะเตาเผาถ่านของจริงใหญ่มากๆ และได้ทำผ้ามัดย้อมเป็นของที่ระลึกกลับบ้านด้วย"
hhhh
สุดท้าย อาจารย์สรัญญา ปัญญะสุทธิ์ จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่า การจัดกิจกรรมรูปแบบนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนด้วยตนเอง ได้เห็นโลกที่แปลกใหม่ ซึ่งสามารถนำรูปแบบไปพัฒนาและปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการเรียนการสอนได้ ถือเป็นการเรียนรู้นอกบทเรียน ให้ชาวบ้านเป็นครู ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ จะทำให้เด็กเกิดความคิดใหม่ๆต่อไป
แม้อากาศที่ร้อนระอุจะสร้างความเหนื่อยล้าให้กับน้องๆ และบรรดาอาจารย์ที่เข้าร่วมค่าย แต่สิ่งที่ติดตัวทุกคนกลับมาจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือ รอยยิ้มจากความประทับใจที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน
hhh
อนึ่งน้องๆชาวหัวหิน สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับ 'ศูนย์การเรียนรู้แนวใหม่' TKpark ได้ที่ http://www.tkpark.or.th/ ที่มีเรื่องราวสนุกๆ พื้นที่ และ ประเด็นเนื้อหาการเรียนรู้ มากมาย ที่กว้างกว่าแค่ตำราและห้องเรียน ....อย่าลืมติดตามกันล่ะ...สวัสดี
hhhh
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ
huahinhub Thanks
hhhh

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๖๘ (ฟื้นกระดาษให้เป็นสมุด)



k
k
k
โครงการคืนชีพให้กระดาษ ชูแนวคิดใช้คุ้ม รณรงค์กระดาษ A4 ใช้หน้าเดียว ส่งต่อเป็นสมุดเท่ๆ ให้เด็กชนบทนั่นเองเป็นที่มาของเจตนาดีๆ ใน โครงการเปเปอร์เรนเจอร์ (Paper ranger) “โครงการคืนชีพให้กระดาษ ขบวนการหน้าเดียว”
hhhh
ซึ่งกำลังก่อการดี นำแนวคิดการใช้กระดาษอย่างคุ้มค่าไปรณรงค์ตามโรงเรียนมัธยมฯ และมหาวิทยาลัยหลายแห่งอยู่ในเวลานี้ ล่าสุดไปจัดกิจกรรมเชิญชวนคนรุ่นใหม่ใจดีเนรมิตเศษกระดาษหน้าเดียวกองโตให้กลายเป็นสมุดทำมือเก๋ไก๋ ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างอบอุ่นจากมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา
hhhh
พี พูลยศ กัมพลกัญจนา ผู้ประสานงานโครงการ
เปเปอร์เรนเจอร์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจากความรู้สึกสงสารธรรมชาติ และเสียดายกระดาษจำนวนมากที่ถูกใช้ไปแค่หน้าเดียว โดยเฉพาะเอกสารที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่างกระดาษเอ 4 ที่เกือบทุกโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสำนักงานต่างๆ จะมีเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วยังเหลือหน้าขาวๆ ใช้งานได้อีกด้านหนึ่งก่อนเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ อันจะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สอดรับกับกระแสลดภาวะโลกร้อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
hhhh
“โครงการคืนชีพให้กระดาษ ขบวนการหน้าเดียวจึงเกิดขึ้น และได้รับการสนับสนุน ตลอดจนคำปรึกษาแนะนำจากมูลนิธิสยามกัมมาจลตั้งแต่ปลายปี 2551 เป็นต้นมา” พีกล่าว โดยที่ผ่านมามีการออกประชาสัมพันธ์ และรณรงค์ให้เกิดการใช้กระดาษอย่างคุ้มค่าทั้ง 2 หน้า แล้วในหลายมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรินทรวิโรฒ ประสานมิตร จนประสบผลสำเร็จค่อนข้างน่าพอใจ ทั้งกิจกรรมการตั้งกล่องรับบริจาคกระดาษใช้แล้วหน้าเดียวในห้องคอมพิวเตอร์ ร้านถ่ายเอกสาร หน้าหอพักนักศึกษา บางส่วนยังได้รับบริจาคจากห้างร้านที่เห็นคุณค่าของโครงการ ฯลฯ
hhhhh
ขณะเดียวกันก็เริ่มสร้างแกนนำในสถานศึกษาที่จะรับไม้ต่อโครงการในระยะยาว ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว กระดาษใช้แล้วหน้าเดียวเหล่านี้จะถูกแปรสภาพให้กลายเป็นสมุดทำมือน่ารักน่าใช้ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคหัวใจสีเขียวในรูปของการแจกจ่าย และจำหน่ายนำรายได้บำรุงโครงการต่อไป
hhhh
สำหรับสมุดทำมือประมาณ 500 เล่มที่มีการจัดทำในกิจกรรมครั้งล่าสุดนี้ จะได้รับการส่งต่อไปยังสามเณรน้อยในโรงเรียนชนบทภายใต้การประสานงานของโครงการอาหารเพลเพื่อสามเณรในชนบท มูลนิธิเด็ก จำนวน 10 โรงเรียน โรงเรียนละ 50 เล่ม เพื่อใช้เป็นสมุดนักเรียนเล่มสวย อาทิ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดนิโครธาราม อ.ท่าวังผา จ.น่าน,โรงเรียนพระปริยัติศาสนาภิพัฒน์วัดเมืองราม อ.เวียงสา จ.เชียงราย และโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดวังสะพุงพัฒนาราม อ.วังสะพุง จ.เลย
hhhh
โดยเชื่อว่าผลตอบรับจากกิจกรรมครั้งนี้ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 50 คน ทั้งที่เป็นนักศึกษา นิสิต นักเรียน และครอบครัวพ่อแม่ลูกที่จูงมือกันมาร่วมทำสมุดทำมือจากกระดาษหน้าเดียว จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดจิตสำนึกการใช้กระดาษอย่างคุ้มค่าแพร่ขยายไปยังสังคมในวงกว้างมากขึ้นในอนาคต
hhhh
น้องกริช กริช จั่นอาจ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม กล่าวว่า เวลานี้ ตัวเขาและเพื่อนๆ กำลังเก็บรวบรวมกระดาษใช้แล้วทุกรูปแบบไปมอบให้แก่โรงงานกระดาษเพื่อนำไปรีไซเคิลเพื่อผลิตกระดาษใหม่อีกครั้ง โดยเป็นโครงงานในวิชาสังคมและการเมืองที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพต้องการให้นักศึกษาทำกิจกรรมเพื่อสังคม พบว่า โครงงานดังกล่าวได้รับการตอบรับค่อนข้างดี มีเพื่อนนักศึกษานำกระดาษใช้แล้วมาบริจาคตามจุดรับบริจาคค่อนข้างมาก
hhhh
การมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กริชได้ทราบข่าวมาจากเพื่อน และชวนเพื่อนๆ มาทำกิจกรรมกว่า 10 คน เมื่อมาแล้วก็ได้ทั้งเพื่อนใหม่ และแนวความคิดกลับไปต่อยอดโครงงานที่กำลังทำอยู่ เช่น การเพิ่มมูลค่าของกระดาษใช้แล้วหน้าเดียวให้สูงขึ้น ไม่เพียงแต่การเก็บรวบรวมกระดาษใช้แล้ว แต่สามารถนำกระดาษเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นสมุดจดที่มีความสวยงามได้ด้วย “จิตอาสาเป็นเรื่องที่ตรงตัวอยู่แล้ว คือ ใจเราอยากจะทำเอง ไม่ได้มีใครบังคับ แต่เราคิดที่อยากจะทำ อยากแบ่งปันเผื่อแผ่อะไรให้คนอื่นๆ บ้าง”
kkkkk
ราเชน บุญเต็ม พี่เลี้ยงเยาวชนรักษ์บ้านเกิดด้านวัฒนธรรมในโครงการส่งเสริมการจัดการความรู้ของเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น (4 ภาค)
มูลนิธิสยามกัมมาจล กล่าวว่า รู้สึกดีที่ได้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ และรู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปกับกิจกรรม มองว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มาก ซึ่งเขาจะนำแนวคิดการใช้กระดาษให้คุ้มค่าไปเผยแพร่ให้แก่น้องๆ เยาวชนในพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำตาม
kkkk
ที่สำคัญยังจะนำแนวคิดนี้ไปชักชวนน้องๆ ในสถานพินิจเด็กและเยาวชน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำสมุดบันทึกจากกระดาษหน้าเดียวใช้ เพราะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างขาดแคลน การทำสมุดบันทึกจากกระดาษหน้าเดียวจึงช่วยให้เยาวชนที่รักการขีดๆ เขียนๆ ในสถานพินิจเด็กและเยาวชน จังหวัดนครศรีธรรมราช มีอุปกรณ์การเขียนที่ครบครันมากขึ้น “ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นผู้ที่มีจิตอาสา ทั้งยังเป็นการมาทำบุญร่วมกัน และเป็นการช่วยเหลือสังคมไปในตัวด้วย”
kkkk
ทางด้านผู้ใหญ่ใจดีที่มาร่วมกิจกรรม เยาวรัตน์ โนนกอง ผู้ช่วยผู้จัดการด้านการประกันคุณภาพของบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ปกติในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เธอมักชักชวนเพื่อนๆ ไปทำบุญที่วัด หรือไปเลี้ยงเด็กกำพร้าตามสถานสงเคราะห์อยู่เสมอๆ เช่นกันกับกิจกรรมสมุดทำมือเพื่อสามเณรครั้งนี้ ซึ่งทำให้ได้รับความรู้ ได้เพื่อน และได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อนหากไม่ได้เข้ามาสัมผัส “โดยส่วนตัวแล้วจะมองว่าการทำกิจกรรมจิตอาสา เราสามารถทำได้โดยไม่เป็นการเบียดบังเวลาทำงาน หรือเวลาสำหรับชีวิตด้านอื่นๆ เลย ขึ้นอยู่กับการจัดสรรเวลามากกว่า ว่าเราจะจัดเวลามาทำกิจกรรมเหล่านี้หรือไม่”
kkkk
ส่วนนักกิจกรรมรุ่นเล็ก พรรณธร สุขกลัด อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป. 5 โรงเรียนเศรษฐบุตรอุปถัมภ์ ที่มาร่วมกิจกรรมพร้อมกับคุณแม่ บอกว่า เธอเพิ่งร่วมทำกิจกรรมหนังสือธรรมะทำมือในโครงการธรรมะทำมือ “ใจสบายแม้กายป่วย” ที่สวนรถไฟมาเมื่อไม่นานมานี้ จึงสนใจมาร่วมกิจกรรมสมุดทำมือด้วย โดยคุณแม่ได้เตรียมกระดาษหน้าเดียวจากสำนักงานมาสมทบด้วยจำนวนหนึ่ง เมื่อมาแล้วก็รู้สึกสนุกไปกับกิจกรรม ไม่รู้สึกเบื่อ เหนื่อยก็พัก หรือเดินชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทยที่เปิดให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เข้าชมฟรี ทำให้ได้รับความรู้ไปอีกแบบ ส่วนกิจกรรมสมุดทำมือก็เป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย และสามารถทำได้ที่บ้าน ซึ่งหากมีกิจกรรมอย่างนี้อีกก็จะมาร่วมกิจกรรมอีกอย่างแน่นอน
kkkk
ขณะที่ ปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล กล่าวว่า โครงการคืนชีพให้กระดาษ ขบวนการหน้าเดียว ถือเป็นโครงการที่มูลนิธิสยามกัมมาจลให้การสนับสนุนการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แก้ปัญหาโลกร้อน บนวิถีความพอเพียงให้แก่เยาวชน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมจิตอาสาอย่างหนึ่งที่คนทุกเพศวัยสามารถทำได้ต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากจะได้สมุดทำมือส่งต่อไปยังสามเณรในชนบทแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นกุศโลบายที่ดีที่เชื่อมโยงผู้ที่มีจิตอาสา ทำความดีให้กับสังคม เกิดการเรียนรู้จากข้างใน ได้พบปะ ทำความรู้จัก ตลอดจนเชื่อมร้อยเป็นเครือข่ายร่วมกัน
kkkk
โดยในส่วนของมูลนิธิสยามกัมมาจล นอกจากกิจกรรมนี้ยังขอเชิญชวนเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมทำกิจกรรมกับมูลนิธิสยามกัมมาจล ซึ่งมีโครงการส่งเสริมเยาวชนทำกิจกรรมจิตอาสาในอีกหลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนจิตอาสาในสถานศึกษา ส่งเสริมให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้าทำกิจกรรมช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยทหารจากเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้ ในโรงพยาบาล รวมถึงโครงการส่งเสริมการจัดการความรู้ของเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น (4 ภาค) ส่งเสริมให้เยาวชนแกนนำใน 4 ภูมิภาคทำกิจกรรมพัฒนาตนเอง และใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนบ้านเกิดได้อย่างมีความสุข
เยาวชนที่สนใจสามารถแสดงความจำนงเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ที่มูลนิธิสยามกัมมาจล โทร.(02) 544-2513, (02) 544-3991
hhhh
ทำดีทำได้ไม่ต้องเดี๋ยว เน๊อะ พี่น้องชาวหัวหินว่ามั๊ย...เอ บ้านเราน่ามีโครงการดีดี หรือผู้ริเรื่มดีดี อย่างนี้บ้างก็เข้าท่าดีนะ...หรือเรามาเริ่มทำอะไรอย่างนี้ด้วยกันมั๊ย..เอามั๊ยๆๆ....สวัสดี
hhhh
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ
huahinhub Thanks
hhhh

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๖๕ (อองเธอเพอนัวร์ แห่งอัมพวา)





hhk
k
k
k
k
k
k
k
k
k
k
hh
บูมอัมพวาไม่ได้มาฟรีๆ มาดูเทคโนโลยี-วิชาการที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย โดนใจตลาดนักท่องเที่ยว
hhhh
อัมพวาวันธรรมดาออกจะดูเงียบเหงา เซื่องซึมเหมือนบ้านริมคลองทั่วไป ต่างจากวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ที่นักท่องเที่ยวต้องไหลไปตามคลื่นคนที่เบียดทะนานกันมาชม และชิมลิ้มรสชาติตลาดเก่า บางทีคุณอาจจะอยากรู้ว่า ก่อนเปิดวิกแสดงตลาดน้ำอัมพวา พ่อค้าและแม่ค้าเขาทำอะไรกัน
hhh
ก่อนปี 2547 อัมพวา ไม่ต่างจากหมู่บ้านชายคลองเงียบๆ ตกค่ำก็มีแต่หิ่งห้อยที่ส่องแสงกันคึกคัก ส่วนชาวบ้านร้านถิ่นพากันปิดประตูเปิดทีวีดูละครดูข่าวก่อนเข้านอน "เรือหายไป คนในพื้นที่ก็หายไปกว่าครึ่ง เทศบาลจึงได้เริ่มรื้อฟื้นเศรษฐกิจระดับชุมชน มองจุดขายด้านการท่องเที่ยวให้อัมพวาเป็นที่รู้จัก โดยเปิดตลาดน้ำยามเย็น เพื่อชุบชีวิตชุมชนสองฝั่งคลองขึ้นมาอีกที" ร้อยโทพัชโรดม อุนสุวรรณ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลอัมพวา เล่าความหลัง
jjjj
ภาพของตลาด
อัมพวาในยุคบุกเบิก ปี 2547 ออกมาในรูปของชาวบ้าน 200 กว่ารายนำสินค้าแปรรูปที่ผลิตได้จากครัวเรือนออกมาขาย 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนในพื้นที่ อาชีพเดิมทำสวนผลไม้ รายได้จากผลหมากรากไม้พายเรือมาขายที่ตลาดน้ำเป็นทุนรอนเสริมให้กับครอบครัว เพียงไม่นาน อัมพวา ตลาดน้ำตามแบบฉบับตลาดน้ำดำเนินสะดวกถูกบอกกล่าวกันปากต่อปาก แทบจะไม่มีรายการทีวีวาไรตี้รายการไหนไม่เคยมาถ่ายทำสารคดี เหมือนยิ่งตียิ่งดัง วันเสาร์-อาทิตย์ คนแห่ขับรถมาเที่ยวกันตั้งแต่เช้าเดินกันให้ขวักไขว่ หรือพูดให้ถูกก็คือ แทบจะไหลไปตามกระแสคลื่นมนุษย์ และสนุกกับการซื้อหาของกินกัน 'ไม่ขาดปาก' จริงๆ
jjjj
ภาพตลาดน้ำ
อัมพวาต่างจากวันก่อน ไม่ได้มีแค่ผลไม้จากสวน แต่ยังมีอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานกันริมท่าน้ำ และห่อกลับบ้านจนเกิด 'อองเธอเพอนัวร์ชาวบ้าน' และสร้างอาชีพใหม่ให้กับหลายครอบครัว
hhhhh

ลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำดอกไม้ ตราสำเนียง
ป้าสำเนียง ดีสวาสดิ์ เป็นหนึ่งในเจ้าของกิจการที่เริ่มต้นเปิดหน้าร้านขายน้ำดื่มบรรจุขวดที่ตลาดอัมพวาตามคำชวนของนายกเทศบาล เธอจับธุรกิจขายน้ำลูกสำรองที่เธอถนัด ด้วยความเป็นคนช่างคิด ช่างทดลอง สูตรผสมน้ำลูกสำรองของเธอจึงมีรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร
jjjj
งานวิจัยจากอาจารย์ราชภัฏบ้านสมเด็จพบว่าดอกไม้ในท้องถิ่น 5 ชนิด สามารถต้านอนุมูลอิสระ ดีกว่าชาเขียวญี่ปุ่นหลายเท่าตัว จุดประกายให้ป้าสำเนียงต่อยอดผลิตเป็นน้ำดอกไม้เพิ่มเติมจากน้ำลูกสำรอง สุดท้ายลูกสำรองของป้าเป็นอันต้องหลีกทางให้กับน้ำดอกไม้ ภายใต้แบรนด์เดียวกันที่ใครไปใครมา
อัมพวาต้องขอแวะชิม จนทำกำไรเป็นกอบเป็นกำจากธุรกิจขายน้ำดอกไม้ในราคาเพียงขวดละ 10 บาท
kkkk
“อากาศร้อน นักท่องเที่ยวมองหาน้ำดื่ม และยิ่งเป็นน้ำเพื่อสุขภาพ หวานแต่ทานแล้วไม่อ้วน ยิ่งขายดี ทำให้ขายดี" แม่ค้าชาวบ้านผู้หาญกล้าท้าแข่งกับน้ำอัดลม ภูมิใจ ผลวิจัยบอกว่าน้ำดอกไม้ เช่น ดอกเข็มแดง ดอกอัญชัน ดอกบัว ดอกกุหลาบ และดาหลา มีฤทธิ์ต้านโรคหัวใจ พาร์กินสัน และต้านโรคมะเร็ง และถ้าดื่มเป็นประจำจะไม่มีสารก่อมะเร็งตกค้าง ป้าสำเนียงจึงเอามาต่อยอดด้วยหัวคิดตัวเองจนกลายเป็นค็อกเทลน้ำดอกไม้นานาพรรณ
hhhh
“ตอนแรกไม่คิดว่าดาหลาจะเอามาทำเป็นน้ำพันซ์ได้ เขาเป็นพืชที่มีความเผ็ดฉุนรุนแรง แต่พอนำมาปรับปรุงสูตรแล้ว น้ำดาหลาบรรจุขวดที่ได้กลับมารสชาติอร่อย ใครดื่มก็ติดใจ” ด้วยความแปลกใหม่ทำให้น้ำดอกไม้ได้รับความสนใจ จนผลิตแทบไม่ทัน และเมื่อผลิตในปริมาณมากปัญหาที่ตามมาก็คือ จะทำอย่างไรให้ได้น้ำผลไม้ที่มีคุณภาพ เก็บไว้ได้นาน คงรสชาติและระดับความหวานคงที่ เรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย
jjjjj
“น้ำดอกไม้เก็บได้ไม่นานหรอก ต้องทำไปขายไป ตอนแรกเราไม่รู้ว่าการทำพาสเจอร์ไรซ์คืออะไร แต่เมื่อเรียนรู้เทคโนโลยีเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำได้เอง โดยปรับปรุงการผลิตเพียงเล็กน้อย เก็บน้ำดอกไม้ได้นานขึ้น 7วัน เรายังมีเครื่องวัดความหวานด้วยนะ รสชาติก็แม่นยำขึ้นถ้าไม่มีงานวิจัย ก็ไม่กล้าทำ” ป้าสำเนียงคนสวยบอกอย่างมั่นใจว่า ถ้ามีงานวิจัยยืนยันถึงประโยชน์ของดอกไม้ชนิดอื่น ก็พร้อมที่จะนำไปปรับปรุงสูตรผลิตเป็นน้ำดอกไม้หลากชนิด จำหน่ายอย่างแน่นอน สำหรับอนาคตของน้ำดอกไม้ภายใต้แบรนด์สำเนียง กำลังอยู่ระหว่างขอตราจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) รับรองคุณภาพ เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากขึ้น
hhhh
ซีเรียลถอยไป ข้าวแต๋นมาแล้ว
จาก ดาหลา ไม้ดอกที่ปลูกขึ้นตามร่องสวนอัมพวา ดอกไม้ที่เคยมีค่าเพียงเครื่องมือป้องกันตลิ่งพัง ตอนนี้กลายเป็นดอกไม้เศรษฐกิจที่มีราคาค่างวดมากขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่ต่างจากข้าวแต๋น ซุปเปอร์คาราเมล ของฝากยอดนิยมของนักท่องเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา “ข้าวแต๋น หรือขนมนางเล็ด เป็นของฝากที่หาได้ทั่วไปแต่ถ้าจะขายได้ ต้องมีความแตกต่าง” ศุภชาติ เจียมศิวานนท์ หรือ ลุงแว่น เล่าพร้อมหักข้าวแต๋นหน้าธัญพืชเข้าปาก
hhhh
ข้าวแต๋น หน้าธัญพืช เป็นหนึ่งในข้าวแต๋น ทั้ง 8 รสชาติ ที่คิดค้นโดยลุงแว่น อดีตนักบัญชีธนาคาร ที่ผันตัวมาเปิดธุรกิจเล็กๆ ที่บ้านเกิด ลุงแว่น เน้นขายข้าวแต๋น ด้วยลีลาการเชื้อเชิญลูกค้าใช้ลองชิมข้าวแต๋นสารพัดเครื่องโรยหน้า ทั้งธัญพืช เม็ดแตง ถั่ว งา หมูหยอง ปลาหมึกกรอบ แถมยังย้ำว่าข้าวแต๋นของแท้ของลุงแว่นต้อง “เอ็กซ์ตร้าคาราเมล น้ำตาลเต็มแผ่น แน่นปั๊ก หวานพิเศษ”
hhhh
ลุงแว่น บอกว่า กว่าจะได้เป็นข้าวแต๋นที่ขายดีอย่างวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเลือกวัตถุดิบอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นข้าวจะต้องเลือกที่ทอดแล้วไม่อมน้ำมัน น้ำตาลมะพร้าวที่นำมาใช้ทำคาราเมลโรยหน้า จะต้องเป็นน้ำตาลเหนียวหวาน จุดเด่นที่ทำให้ข้าวแต๋นของลุงแว่นไม่เหมือนใครคือใช้น้ำตาลมะพร้าว ทำคาราเมลโรยหน้า แทนน้ำตาลอ้อย ทอดด้วยข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 ที่ได้รับการยืนยันจากนักวิจัยแล้วว่า ไม่อมน้ำมันเวลาทอด ช่วยให้เก็บรักษาได้นานกว่า 2 อาทิตย์ ทำให้ข้าวแต๋น ซุปเปอร์คาราเมล ของลุงแว่นในวันนี้ รสชาติเลื่องชื่อจนกลายเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวถามหา
hhhh
“ได้อาจารย์จากศิลปากรมาให้คำปรึกษา เลือกวัตถุดิบ และพัฒนากระบวนการผลิตข้าวแต๋น จากเดิมที่อาศัยประสบการณ์เป็นหลัก ตอนนี้สามารถผลิตข้าวแต๋นที่เก็บไว้ได้นาน สามารถผลิตได้ในปริมาณมาก รายได้กว่า 1 หมื่นบาทต่อวัน” อย่างไรก็ตามลุงแว่นยังคงมองหางานวิจัยที่จะเข้ามาช่วยลบจุดอ่อนที่มีอยู่ให้หมดไป โดยโจทย์ที่เขาสนใจคือทำอย่างไรให้เวลาทอดไม่มีควันน้ำมันไปรบกวนเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ระหว่างปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ ลุงมองว่าการสร้างงานจากข้าวแต๋นของเขาจะต้องไม่รบกวนชุมชน
hhhh
“เทคโนโลยีบางอย่างไม่ได้ซ้ำซ้อน เพียงแต่รู้จักหยิบมาใช้ สร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน เมื่อชาวบ้านมีความรู้ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างเข้มแข็ง ก็จะสามารถแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อได้” นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล
อัมพวา เสริม
hhh
ร้อยโทพัชโรดมอยากเห็นภาพอัมพวาเป็นโมเดลตัวอย่างของการทำงานในระดับรากหญ้า ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ โดยไม่จำกัดว่าเป็นอาหารพื้นบ้านทั่วไป ถ้าหากลองใส่ไอเดียลงไป เมนูบ้านๆ แค่ไหน ก็เจ๋งได้
hhh
รศ.ดร.สมชาย ฉัตรรัตนา ผู้อำนวยการโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) พูดถึงหนึ่งในภารกิจสำคัญของหน่วยงานคือ การยกระดับอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่เอสเอ็มอียันอุตสาหกรรมไฮเทค “นี่เป็นครั้งแรกที่เริ่มทำงานร่วมกับชุมชน หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกที่ส่งผลกระทบถึงกับต้องปิดบริษัท พนักงานออฟฟิศมีแนวโน้มย้ายถิ่นฐานจากเมืองกลับสู่ชุมชนมากขึ้น
อัมพวาเป็นหนึ่งในโครงการที่เรามองว่ามีความเป็นไปได้ในหลายด้าน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้าไปจับ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน” วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับการเกษตรและประมง แต่จุดเด่นของ อัมพวายังคงอยู่ โดยเฉพาะอาหารการกิน นอกเหนือจากภาพลักษณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักอัมพวา ไม่ว่าจะโฮมสเตย์ นั่งเรือชมหิ่งห้อย หรือแม้กระทั่งดอนหอยหลอดที่เคยเลื่องชื่อ สินค้าอาหารยังคงแข่งขันได้
jjjj
ในมุมมองของ ศ.ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ทีเอ็มซี) ที่บอกว่า เทคโนโลยีสามารถช่วยเสริม ในส่วนของการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน อาหารปลอดภัย ผลิตสินค้าที่มีความหลากหลาย สร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค "ไอเทปมีหน้าที่หาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยดึงเอาความสามารถของนักวิชาการในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในท้องถิ่น มาร่วมขบคิดวิธีการแก้ปัญหา"
hhhh
สำหรับชุมชน
อัมพวาได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และมหาวิทยาลัยศิลปากร ในจังหวัดนครปฐม “งานวิจัยที่ลงไปสู่ชุมชนและเริ่มทำได้ทันทีจึงเน้นไปที่เทคโนโลยีที่ไม่มีความสลับซับซ้อน ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และที่สำคัญ เหมาะสมกับชุมชนมากที่สุด เช่น การพาสเจอร์ไรซ์ถนอมอาหาร รวมถึงปรับปรุงกระบวนการผลิตที่ควบคุมความสะอาดและปลอดภัยเป็นหลัก”
แต่ในมุมมองของนักวิจัย ตลาดน้ำ
อัมพวายังมีโจทย์อีกหลายข้อที่น่าสนใจ นอกเหนือจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น การพัฒนาเรือชมหิ่งห้อยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เรือมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยลดมลพิษทางเสียงและควันพิษ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ต้องลงทุนสูง
hhhh
ตบมือข้างเดียวไม่ดัง
มุมมองของผู้นำนวัตกรรมเข้าไปสู่ชุมชนมองว่าความร่วมมือจะประสบความสำเร็จได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ประกอบการในชุมชน ซึ่งเริ่มให้ความสนใจกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจมากขึ้น เช่น ทายาทรุ่นที่ 3 ของธุรกิจกาแฟโบราณ กว่า 60 ปี ภายใต้ชื่อ 'สมานการค้า' พลพิพัฒน์ สมานสิริกุล ผู้สืบทอดธุรกิจกาแฟโบราณคนปัจจุบัน บอกถึงความต้องการว่า หากเทคโนโลยีสามารถช่วยยกระดับกาแฟโบราณ ให้มีความทันสมัย สามารถผลิตเมล็ดกาแฟได้เป็นจำนวนมากโดยยังคงคุณภาพความสะอาดไว้ได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
hhhh
“เราต้องการผลิตเมล็ดกาแฟสดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากความต้องการของลูกค้ามีมากจนทำไม่ทัน หากมีเทคโนโลยี หรือเครื่องจักรที่จะสามารถเข้ามาทดแทนแรงงานคน ทำให้ขั้นตอนการผลิตได้มาตรฐาน สะอาด แต่แน่นอนการลงทุนเพิ่มก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ” นอกจากนี้ยังมีเจ้าของธุรกิจโฮมสเตย์ รีสอร์ท ที่สนใจทำธุรกิจอี-มาร์เก็ตติ้ง เปิดช่องทางการติดต่อกับรีสอร์ท และโฮมสเตย์ที่พักได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านทัวร์ โดยมองว่าช่องทางการทำตลาดผ่านเว็บไซต์ ใช้ต้นทุนต่ำ และไม่มีนายหน้ามาคอยหักค่าหัวคิว
hhhh
ผู้บริหารศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยีเปรยว่า อีกไม่นานจะได้เห็นตลาดน้ำออนไลน์ ภายใต้ชื่อ
อัมพวาดอทคอม ภายใต้การสนับสนุนของ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์ พาร์ค ที่พร้อมจะเริ่มต้น ฝึกอบรมธุรกิจ อี-คอมเมิร์ส และมั่นใจว่าโมเดลการนำเทคโนโลยีลงสู่ชุมชนนี้จะสามารถขยับขยายไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ในชุมชนอื่นๆ ต่อไป
hhhh
เพราะฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจถ้าไป
อัมพวาแล้วไม่เห็นร้านสะดวกซื้อ หรือเชนร้านไก่ทอดอเมริกัน พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ และไอศกรีม ต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เมื่อได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวแล้ว บรรดาร้านค้ารายใหญ่จะเข้าไปจับจองแย่งชิงพื้นที่ค้าขายกับชาวบ้าน
hhhh
“ตลาดน้ำเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวเดินทางมากว่าปีละ 5 แสนคน ทำรายได้เพิ่มสูงขึ้นกว่า 100 ล้านบาทต่อปี หากกลไกเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้ ชาวบ้านสามารถสร้างมูลค่าจากสินค้าและที่พักได้มากกว่า ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดช่องให้ธุรกิจสะดวกซื้อมาแย่งชาวบ้านกิน” นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล
อัมพวา ยืนยัน
hhh
ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ คนละไม้คนละมือ พี่น้องชาวหัวหินว่ามั๊ย...มันก็ได้ผลดีอย่างนี้นี่เอง...อืมม์ !!!
hhhh
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ
huahinhub Thanks
hhhh

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๖๔ (cody เด็กชายผู้มีหลายขา)



ชีวิตที่ไม่เคยยอมแพ้....
ขอให้เพื่อนๆพี่น้องชาวหัวหิน มองดูเด็กคนนี้ แล้วสู้ๆต่อไปกับอะไรๆในชีวิตนะ สู้ๆ
hhh
เด็กชายตัวน้อยชื่อ Cody Mccosland เด็กชาวอังกฤษ ผู้มีขาหลายคู่ เขาบ้าเล่นกีฬา แต่ก็เกิดมาโดยไม่มีกระดูกหัวเข่า ทำให้ต้องตัดขาท่อนล่างทิ้งตั้งแต่อายุ 15 เดือนวัยที่คนอื่นเดินเตาะแตะ และไม่สามารถเดินได้ ซึ่งสองเดือนต่อมา เขาก็เริ่มหัดใช้ขาเทียมคู่แรก

ตอนนี้ Cody อายุ 7 ชวบแล้ว ในภาพเขาเล่นสกีน้ำ ว่ายน้ำ ปี่นจักรยาน ตีกอล์ฟ เล่นคาราเต้ เบสบอลล์ และฮอคกี้น้ำแข็ง และขี่จักรยานสามล้อ พร้อมรอยยิ้มมีความสุขที่มีให้เห็นเสมอ ตามมาด้วยเขาขี่ม้า พ่อกะแม่ตั้งความหวังจะพาเขาดูโอลิมปิกที่กรุงลอนดอนเป็นเจ้าภาพใน ปี 2012 ด้วย
เขาวิ่งด้วยขาคู่ที่ดูแปลกแต่น่าจะช่วยให้วิ่งได้เร็วนิ สมกับสมญานาม The Boy With The Magic Legs จริงๆ ขาเทียมของเขาได้รับบริจาคจากศูนย์ขาเทียม โรงพยาบาลเด็ก Texas Scottish Rite Hospital แต่เขาโตเร็วต้องเปลี่ยนขาอยู่เป็นประจำ

Cody กับครอบครัวและเพื่อนๆจึงเข้าร่วมงานการกุศลหาเงินช่วยโรงพยาบาล ได้เงินบริจาคมา มากกว่า 6 หมื่นปอนด์แล้ว Cody ไม่ยอมให้มีอะไรเป็นอุปสรรคต่อชีวิตของเขา กว่าจะมาเป็นเด็กชายสุขภาพดีหน้าเปื้อนยิ้มในวันนี้ Cody ผ่านอะไรๆมาเยอะ รวมทั้งช่วงหนึ่งของชีวิต ที่เขาต้องผ่าตัดหลายต่อหลายครั้ง จากปัญหาระบบภายในร่างกาย รวมทั้งต้องบำบัดอาการหายใจติดขัดและหอบหืด ใครที่กำลังท้อถอย ทั้งที่มีมือมีเท้าครบ อย่าทำตัวให้อาย Cody นะ...สวัสดี




| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๖๓ (DIY ง่ายๆในบ้าน)


ดีไอวาย 5 ปัญหาสุดฮ็อตในบ้าน ก่อนตาม"ช่าง"มาซ่อมด่วน
หลายๆ ครั้งที่ระบบต่างๆ ภายในบ้านเกิดรวนขึ้นมาดื้อๆ ทั้งแอร์เสีย ท่อประปาอุดตัน กุญแจหาย ไขไม่ได้ รถดับสตาร์ตไม่ติด และปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดในช่วงเวลาไม่คาดคิด แถมกว่าจะตามช่างมาซ่อมได้ก็เสียเวลาไปไม่น้อย
hhh
เพราะอย่างนี้ลองมาเรียนรู้วิธีเบื้องต้นเมื่อต้องเจอกับปัญหาไม่คาดคิดเหล่านี้ ก่อนจะโทร.ตามช่างมาช่วยแก้ไขต่อไป นายสมชัย สินจนานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสอบถามเลขหมายโทรศัพท์และข้อมูลข่าวสารอย่างครบวงจรภายใต้แบรนด์ "ไทยแลนด์ เยลโล่เพจเจส" กล่าวว่า จากสถิติการให้บริการสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าประชาชนได้โทรศัพท์เข้ามาที่หมายเลข 1188 เพื่อสอบถามเลขหมายบริการประเภทช่างซ่อมแซมต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดย 5 ปัญหาหลักที่ประชาชนประสบปัญหามากที่สุดคือ ปัญหาขัดข้องของไฟฟ้า แอร์ ประปา กุญแจ และรถยนต์ และส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือในการดูแลแก้ไขข้อขัดข้องของสาธารณูปโภคต่างๆ อย่างเร่งด่วน แต่ในบางครั้งไม่สามารถหาช่างได้ในเวลานั้น อย่างเช่นกรณีในช่วงวันหยุด หรือเวลาฉุกเฉินในตอนกลางคืน
hhh
"เมื่อพบปัญหาในเบื้องต้น ควรค่อยๆ ไล่ตรวจสอบดูว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไร (Do it yourself : DIY) โดยอุปกรณ์ที่ควรมีในเบื้องต้นคือ ไฟฉาย ถุงมือ และควรสวมรองเท้าเพื่อความปลอดภัย หากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาระบบไฟฟ้า ควรถอดปลั๊ก หรือปิดสวิตช์อุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร แล้วจึงค่อยตามช่างที่ชำนาญมาซ่อมแก้ไข
hhhh
โดยปัจจุบัน "ไทยแลน์ เยลโล่เพจเจส" ได้ร่วมมือกับ จส.100 เปิดให้บริการ "ช่างด่วน โทร.1188 เยลโล่เพจเจส ตลอด 24 ชั่วโมง" เพื่อให้บริการกับผู้ที่ต้องการใช้บริการช่างในประเภทต่างๆ อย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย การให้บริการของช่างแอร์ ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างกุญแจ และช่างซ่อมรถ โดยผู้บริโภคเพียงกดหมายเลข 1188 และแจ้งถึงปัญหาที่กำลังประสบอยู่กับพนักงาน จากนั้นพนักงานจะแจ้งเซอร์วิส โค้ด (Service Code) เพื่อใช้ในการยืนยันการให้บริการ และพนักงานจะเป็นผู้ประสานงานกับกลุ่มช่างที่เข้าร่วมโครงการ โดยช่างจะได้รับเซอร์วิส โค้ด หมายเลขเดียวกัน เพื่อนำไปใช้ยืนยันการให้บริการกับผู้บริโภคเมื่อช่างเดินทางไปถึงสถานที่นั้นๆ แล้ว" นายสมชัยกล่าว
hhh
๏ "ไฟรั่ว"เรื่องต้องระวังสิ่งที่จำเป็นสำหรับระบบไฟฟ้าภายในบ้าน คือ การติดตั้งอุปกรณ์ตัดตอนไฟฟ้า เพราะปัญหาไฟรั่ว ส่วนมากมักจะเกิดกับเครื่องปรับอากาศ กระติกน้ำร้อน และตู้เย็น เมื่อเกิดไฟรั่วภายในบ้านให้ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด และค่อยๆ ไล่เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทีละตัวเพื่อตรวจดูว่าตัวไหนไฟฟ้ารั่ว โดยสังเกตจากอุปกรณ์ตัดตอนไฟฟ้า เมื่อทราบแล้วก็ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวนั้น นอกจากนี้ ควรตรวจสอบอุปกรณ์ตัดตอนไฟฟ้าทุกๆ 2 เดือน
hhhh
๏ "ท่อประปา"อุดตันให้รำคาญใจเป็นปัญหาที่พบบ่อยภายในครัวเรือน มักมีสาเหตุมาจากคราบไขมันและเส้นผม คนเข้าใจผิดว่าเมื่อท่อน้ำตันให้ราดโซดาไฟลงไป ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะฤทธิ์ของโซดาไฟจะไปกัดกร่อนท่อน้ำ และโซดาไฟจะจับตัวเป็นก้อน ยิ่งทำให้ท่อน้ำอุดตันมากขึ้น เมื่อเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตัน ให้งดใช้ชั่วคราว และควรเปลี่ยนตะแกรงท่อน้ำทิ้งที่มีตาละเอียด เพื่อช่วยกรองไม่ให้เส้นผมหรือสิ่งปฏิกูลไปตกค้างและสะสมอยู่ในท่อระบายน้ำจนเกิดการอุดตันได้
hhhh
๏ "แอร์"ไม่เย็นดั่งใจให้ลองตรวจดูที่ฟิลล์เตอร์ว่ามีฝุ่นละอองเกาะตัวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีฝุ่นละอองจับตัวอยู่มาก อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบภายในทำงานปล่อยลมเย็นออกมาได้ไม่เต็มที่ ควรถอดฟิลล์เตอร์ทำความสะอาดทุกๆ 6 เดือน นำไปล้างด้วยน้ำและตากแดดให้แห้ง เติมน้ำยาแอร์สม่ำเสมอ จะช่วยประหยัดไฟ และเครื่องปรับอากาศก็จะเย็นเร็วขึ้น
hhhh
๏ "กุญแจ"ไขไม่ออก เปิดไม่ได้ปกติแล้วไม่ว่าเป็นกุญแจบ้าน กุญแจรถ ควรทำสำรองไว้ 1 ชุด หรือแจกจˆายให้กับสมาชิกในครอบครัว ถ้าเกิดปัญหากุญแจไขไม่ออก และต้องงัดแงะประตู ควรเรียกช่างที่ชำนาญดีกว่า อย่าไปงัดแงะเอง เพราะจะไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้น
hhhh
๏"รถ"ดับสตาร์ตไม่ติดอุปกรณ์ที่ควรเก็บติดรถไว้อยู่เสมอ คือ ยางอะไหล่ แม่แรง สายลากรถ สายพ่วงแบตเตอรี่ และที่ดับเพลิง เมื่อเครื่องยนต์ดับ สตาร์ตไม่ติด ให้ตรวจดูว่ามีสัญญาณหรือเครื่องหมายเตือนบนหน้าปัดรถหรือไม่ และลองตรวจแบตเตอรี่ เพราะแบตเตอรี่เป็นกำลังหลักที่ทำให้เครื่องยนต์และระบบกลไกต่างๆ ของรถยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงน้ำมันเครื่อง ยางรถ ลมยาง และระดับน้ำในหม้อน้ำ
hhhh
huahinhub เก็บประเด็น DIY ง่ายๆในบ้านมาฝากกัน เผื่อชาวหัวหินเรา..จะได้ไม่ตกประเด็นแหลมๆ เรื่องหนึ่งไป..สวัสดี
hhhh
ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
Huahinhub Thanks
hhh

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๖๗ (การออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ)





เมื่อจำนวนปี พ.ศ. เพิ่มขึ้น ใช่ว่าจะมีแต่ตัวเลขอายุเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นตาม ความยาวของสายตาก็เป็นอีกอย่างที่มักจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัยหลายๆ ชนิดจึงได้รับการออกแบบพิเศษ เพื่อให้ตอบสนองต่อข้อจำกัดหรือความจำเป็นด้านการใช้งานตรงนี้
hhh
อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือที่แม้ทุกยี่ห้อจะพัฒนาเทคโนโลยีกันได้เร็วจนตามไม่ทัน แต่หลายๆ รุ่นก็ยังได้รับการออกแบบ “มาเผื่อ” หรือ “มาจับ” ตลาดกลุ่มผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ซึ่งรุ่นยอดนิยมที่ได้รับการจัดอันดับในเว็บ thaimobilecenter.com ว่า ออกแบบมาด้วยความ “เข้าใจผู้ใช้” สูงสุดนั้น มีอยู่ 3 รุ่นด้วยกัน
hhh
เริ่มจากรุ่นแรก LG KF300
ที่หน้าจอด้านนอกฝาพับมีตัวเลขเวลาและวันที่ขนาดใหญ่ ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนหน้าจอแสดงผลด้านในมีขนาดใหญ่ 2.2 นิ้ว ปุ่มกดและตัวอักษรบนปุ่มมีขนาดใหญ่พิเศษ และสามารถปรับขนาดของตัวอักษรได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นเสริมด้านความบันเทิง และการเชื่อมต่อต่างๆ อาทิ กล้อง บลูทูธ จีพีอาร์เอส ฯลฯ นัยว่าออกแบบมาเผื่อกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ หรือไม่ก็เผื่อผู้สูงวัยที่ยังคงสนุกกับเทคโนโลยีอยู่ (แถมอาจช่วยกลบเกลื่อนภาพลักษณ์ที่ว่า “เพราะสูงวัยจึงต้องใช้มือถือที่ตัวเลขใหญ่” ด้วย)
h
ส่วนอีกรุ่นคือ Samsung B200
เป็นรุ่นที่เน้นการใช้งานพื้นฐาน ถูกออกแบบให้ตัวเลขและตัวอักษรใหญ่ยักษ์เป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นเสริมที่น่าสนใจ อาทิ วิทยุ FM และ Mobile tracker ซึ่งใช้ติดตามเครื่องโทรศัพท์ได้ในกรณีสูญหาย
และรุ่นสุดท้ายคือ
hh
Nokia 1650
ซึ่งมีตัวเลขและตัวอักษรขนาดใหญ่เช่นกัน รุ่นนี้มีฟังก์ชั่นการใช้งานไม่ซับซ้อน มีวิทยุ FM พร้อมไฟฉาย มีเสียงเรียกเข้าที่รองรับไฟล์ MP3 และที่สำคัญราคาไม่แพง
hhh
จะเห็นว่าเมื่อความ “อจีรัง” อันเป็นกฎของธรรมชาติเป็นตัวสร้างปัญหาให้คนเรา “การออกแบบอย่างเข้าใจผู้ใช้” ก็เป็นสิ่งที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหานั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากมองให้ไกล แนวคิดการออกแบบอันนี้ไม่ได้แก้ไขแต่ปัญหาในชีวิตประจำวันเท่านั้น หลายครั้งยังสามารถแก้ไขปัญหาทางการตลาด และสร้างโอกาส
ใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้ด้วย
ขอบคุณ เรื่อง, ภาพและข้อมูลเพิ่มเติม : www.tccdcconnect
.com
huahinhub Thnaks

gggg

5.27.2552

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๖๖ (พื้นที่ปลอดบุหรี่ 100%)


รมว.สาธารณสุข มุ่งบังคับใช้ กม.เพื่อทำพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์แท้จริง ให้ได้ภายในปี 2553 โดยจะให้ครอบคลุมสถานที่ทำงาน โรงพยาบาล วัดทุกแห่ง วิตก หญิงตั้งครรภ์ที่ครอบครัวยากจนสูบบุหรี่มากขึ้น 50%...
hhh
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าววันนี้ 27 พ.ค.) ถึงการบังคับใช้กฎหมายการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ที่มีจำนวน กว่า 52 ล้านคน ที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ จากการติดตามประเมินผล ยังมีปัญหาในเรื่องไม่ติดป้ายสัญลักษณ์การห้ามสูบบุหรี่ และยังมีการสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ
hhh
ขณะนี้ กระทรวงฯ อยู่ในระหว่างยกร่างกฎหมาย เพื่อทำพื้นที่ปลอดบุหรี่ 100% แท้จริง ให้ได้ภายในปี 2553 โดยจะให้ครอบคลุมสถานที่ทำงาน โรงพยาบาล วัดทุกแห่ง โดยองค์การอนามัยโลกได้มอบทุนสนับสนุนดำเนินการประมาณ 20 ล้านบาทรมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ในปี 2552 กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ประจำโดยเฉพาะเพศชายให้ได้ร้อยละ 1 ต่อปี ส่วนเพศหญิงจะควบคุมไม่ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น
hhhh
ขณะนี้ แนวโน้มอัตราการสูบบุหรี่เป็นประจำของคนไทยลดลง แต่เป็นการลดลงในกลุ่มที่สูบบุหรี่ชนิดซอง แต่ในกลุ่มผู้สูบยาเส้นมีแนวโน้มมากขึ้น ผลสำรวจล่าสุดพบว่า คนไทยสูบบุหรี่ชนิดซอง 5.1 ล้านคน ส่วนยาเส้นมีคนสูบ 5.7 ล้านคน กระทรวงสาธารณสุข เตรียมนำเรื่องการเก็บภาษีบุหรี่ยาเส้น เข้าหารือคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ เพราะปัจจุบันเก็บภาษีต่ำมากไม่ถึงร้อยละ 0.01 ขณะที่บุหรี่ชนิดซองเก็บ 85%
hhh
ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก รายงานว่า ขณะนี้ มีคนทั่วโลกเสียชีวิตจากบุหรี่ซึ่งมีกว่า 25 โรค ปีละประมาณ 3.5 ล้านราย ส่วนไทย บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการตายอันดับ 2 รองจากโรคเอดส์ ปีละกว่า 40,000 คน โดยเฉพาะมะเร็งปอดมีผู้ป่วยใหม่ปีละเกือบ 20,000 คน ที่น่าห่วงพบว่าผู้หญิงในภาคอีสานมีแนวโน้มเริ่มต้นสูบบุหรี่เมื่ออายุน้อย ลง ขณะที่ภาคอื่นๆเริ่มต้นสูบเมื่ออายุมากขึ้น
hhh
โดยผู้ชายอายุเริ่มสูบเฉลี่ยประมาณ 18 ปี ส่วนผู้หญิงอายุเฉลี่ยประมาณ 22 ปี ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ที่น่าวิตกไปกว่านั้น คือ พบการสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์สูงขึ้น ในครอบครัวที่ยากจนและการศึกษาต่ำ ทำให้ทารกมีโอกาสได้รับควันบุหรี่ค่อนข้างสูง โดยมีมารดากว่าร้อยละ 50 ยังสูบบุหรี่ขณะให้นมบุตร ส่วนอัตราการเลิกบุหรี่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.95 ในปี 2534 เป็นร้อยละ 18.29 ในปี 2550 แต่ก็มีผู้สูบบุหรี่อีกประมาณ 6 ล้านคน ไม่เคยคิดเลิกบุหรี่และไม่พยายามเลิกบุหรี่ ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุ 15-18 ปี กลุ่มที่ไม่เรียนหนังสือ และกลุ่มที่ครอบครัวยากจน
hhhh
เอาล่ะสิ..เอาซะทีสิ..เลิกบุหรี่กันเดี๋ยวนี้เลยดีมั๊ย..จะไม่มีที่ให้สูบแล้วนะพี่น้อง...สวัสดี
hhhh
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th
huahinhub Thnaks
hhhh

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๖๕ (สมุนไพรต้านโรคคนเมือง)


h
h
คนสมัยนี้เป็นอะไรนิดหน่อยก็ชอบกินยา แถมยังเชื่อผิดๆว่า อยากมีสุขภาพดีชีวิตยืนยาว ต้องโด๊ปอาหารเสริม และวิตามินเยอะๆ "คุณหรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์" ยืนยันจากประสบการณ์ทั้งชีวิตว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรจะมหัศจรรย์เท่ากับสมุนไพรไทย...
hhh
เชื่อคุณหรีด!! ทั้งราคาถูก ปลูก เองก็ง่าย และเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ต้านโรคภัยได้สารพัดนึก.
hhhh
๐ โรคมะเร็ง
ถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับสาม รองจากโรคหัวใจ และอุบัติเหตุ เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์, ความบกพร่องทางพันธุกรรม, สิ่งแวดล้อม, อาหาร รวมถึงความเครียด และการใช้ ชีวิตเร่งรีบของคนเมือง "มะเร็ง" กลัวสมุนไพรไทย อยู่หลายตัวค่ะ เพราะมีสารอาหารต้านโรคร้ายได้น่าทึ่ง ใครอยากห่างไกลมะเร็ง แนะนำให้ทาน กระเทียม และผักจำพวกหอม ซึ่งอุดมด้วยซัลเฟอร์ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานมะเร็งโดยธรรมชาติ
hhhh
ขณะที่ ผักจำพวกกะหล่ำปลี มีสารต้านทานมะเร็งในลำไส้ และช่วยต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วน ขมิ้นขาวและขมิ้นชัน นอกจากจะมีสรรพคุณขับลมในลำไส้แล้ว ยังมีสารช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ด้วย สำหรับสาวๆควรทาน ผลไม้จำพวกส้ม เป็นประจำ เพราะช่วยล้างสารก่อมะเร็ง และยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม แพทย์ทางเลือกยังได้ค้นพบความมหัศจรรย์ของ มะรุม สมุนไพรไทยแท้ๆ ว่ากันว่า หากทานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
hhhh
โดยคนเฒ่าคนแก่นิยมกินมะรุมช่วงต้นฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่ฝักมะรุมหาได้ง่าย วิธีทานมีทั้งการนำช่อดอกมะรุมไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก หรือนำยอดมะรุม, ใบอ่อน, ช่อดอก และฝักอ่อนมาลวก หรือต้มให้สุก จิ้มทานกับน้ำพริก หรือจะใช้ยอดอ่อนและช่อดอกทำแกงส้ม ก็อร่อยดี มีประโยชน์ ยังมีการวิจัยด้วยว่า คนที่ทำคีโมรักษามะเร็งควรดื่มน้ำมะรุม ช่วยลดอาการแพ้รังสีได้ดี.
hhhh
๐ โรคเบาหวาน
คนอ้วน คือกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน อาการบ่งชี้ ได้แก่ มีปริมาณกลูโคสในเลือดสูง เนื่องจากความผิดปกติในการทำงานของอินซูลิน, ปัสสาวะบ่อย, กระหายน้ำรุนแรง, น้ำหนักลด, อ่อนเพลีย, อยากอาหารมากกว่าปกติ, ติดเชื้อง่าย, มีอาการแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคไต และมีปัญหาทางสายตา การรักษาโรคเบาหวานอย่างได้ผล ต้องทำควบคู่กับการวางแผนทางโภชนาการค่ะ
hhh
โดยสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ต้านเบาหวาน มีอาทิ มะแว้งเครือ และมะแว้งต้น ช่วยรักษาโรคเบาหวาน, บำรุงเลือด และขับปัสสาวะ รวมทั้งรักษาโรคไต ฟักทอง ช่วยป้องกันมะเร็งในปอด, ป้องกันเบาหวาน และคุมน้ำตาลในเลือด ตำลึง มีสรรพคุณเป็นยาดับพิษภายในร่างกาย, ลดอาการไข้ และเป็นยาระบายอ่อนๆ ผลดิบของตำลึงนำมาปรุงเป็นอาหารช่วยรักษาเบาหวานได้ ผักบุ้ง ไม่ได้ทำให้ตาหวานอย่างเดียว แต่ยังบำรุงกระดูก, ลดไข้และแก้เบาหวาน ส่วน มะระขี้นก เชื่อว่าช่วยบำรุงน้ำดี, แก้โรคตับอักเสบ และป้องกันโรคเบาหวาน
hhh
แม้แต่ มะรุม ก็มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน.โรคอ้วนคนอ้วนมีความเสี่ยงเป็นโรคสารพัด ทั้งเบา-หวาน, มะเร็ง, ความดันโลหิตสูง, หัวใจ และโรคข้ออักเสบ การลดน้ำหนักที่ได้ผลที่สุดสำหรับคนอ้วน คือ ต้องทำค่อยเป็นค่อยไป นอกจากจะจำกัดปริมาณอาหาร, หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้ว
hhhh
การเลือกทานสมุนไพรเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์พิชิตโรคอ้วน ควรทาน แมงลัก เพื่อช่วยดูดซึมน้ำตาลในเส้นเลือด ทำให้ขับถ่ายสะดวก และลดน้ำหนักได้หลายกิโล ส่วน กระเจี๊ยบมอญ ลดความดันโลหิต, รักษาโรคกระเพาะ และเป็นยาระบายชั้นดี แตงโม เป็นยาระบายอ่อนๆ น้ำแตงโมปั่นยังช่วยล้างลำไส้และกระเพาะอาหาร มะละกอ ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาระบาย และ มะม่วงสุก ระบายของเสียภายในได้ดี ช่วยแก้อ่อนเพลีย.
hhhh
๐ โรคเครียด
ความเครียดถือเป็นตัวการให้เกิดโรคร้ายนับไม่ถ้วน ยิ่งภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ บอกได้คำเดียวว่า ใครไม่เครียดก็บ้าแล้ว!! สมุนไพรไทยที่ช่วยลดความเครียดและทำให้ นอนหลับสบาย คือ สายบัว ช่วยลดอาการเกร็งของลำไส้ และกระเพาะ ลดความ เครียดทางสมอง กะหล่ำปลี ช่วยลดความเครียด มีสารต้านทานมะเร็งในลำไส้ ขี้เหล็ก แก้นิ่วในไต ทำลายเชื้อมะเร็ง เป็นยานอนหลับชั้นดี ใบบัวบก แก้ร้อนใน ทำให้ความจำดี ช่วยลดความเครียด ฟ้าทะลายโจร แก้อาการปวดหัวแบบไม่มีสาเหตุ มะนาวมะกรูด ช่วยให้ นอนหลับ บรรเทาอาการอาหารไม่ ย่อย และ พริกไทย ทำให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยลดเครียดได้ผลดี.
hhhhh
๐ ภูมิแพ้
เป็นโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิไวเกินไปต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งคนปกติอาจไม่มีปฏิกิริยานี้เกิดขึ้น คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ มีทั้งแพ้ฝุ่น, ตัวไรฝุ่น, เชื้อราในอากาศ, อาหาร, ขนสัตว์, เกสรดอกไม้ อาการมีได้หลายแบบ ตั้งแต่น้ำมูกไหล, จาม, โพรงจมูกอักเสบ, เยื่อบุตาอักเสบ, หลอดลมอักเสบ, หอบหืด และเกิดผื่นคันที่ผิวหนัง การต่อสู้กับโรคภูมิแพ้ จะต้องเพิ่มภูมิคุ้นกันให้ร่างกาย โดยสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณด้านนี้ ต้องยกให้ กะหล่ำดอก บำรุงภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และป้องกันโรคมะเร็งเต้านม ขณะที่ ขึ้นฉ่าย มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร, เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย, บำรุงไตให้แข็งแรง ถ้านำมาปั่นกับแครอท ผสมน้ำส้มดื่มทุกเช้า จะช่วยให้สุขภาพดีเหลือเชื่อ.
gggggggggg
รู้จักของดีใกล้ตัวกันแล้ว..ก็หันมาดูแลสุขภาพกันซะดีดีนะ พี่น้องชาวหัวหิน ที่รัก...สวัสดี
hhhh
ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.thairath.co.th
huahinhub Thnaks
kkkk

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๖๒ (Afircan คิด)




Nominated by UN as the best Poem of 2006
- Written by an African Kid
___________________________________


When I born, I black : เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ
When I grow up, I black : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่
When I go in Sun, I black : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ
When I scared, I black : เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ
When I sick, I black : เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ
And when I die, I still black : และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ

And you white fellow : และคุณ...เพื่อนมนุษย์ผิวขาว
When you born, you pink : เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู
When you grow up, you white : เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว
When you go in sun, you red : เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง
When you cold, you blue : เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน
When you scared, you yellow : เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง
When you sick, you green : เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว
When you die, you grey : เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา
And you calling me colored?? : และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี ??

อืมม์....