6.20.2552

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๑๒๔ (ปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน)


oo
oo
เทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน
oo
TK park ร่วมกับหอภาพยนตร์แห่งชาติ มูลนิธิหนังไทย นิตยสาร ไบโอสโคป และนิตยสารฟิ้วเปิดพื้นที่ต้อนรับแฟนพันธุ์แท้คนรักหนัง ร่วมรำลึกวันภาพยนตร์ไทยผ่านกิจกรรมหลากหลายครบเครื่องเรื่องหนังกับ “เทศกาล ปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน” ย้อนยุคหนังไทยในบรรยากาศหนังกลางแปลงพร้อมชมหนังดี หนังเด่น ผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือคน รุ่นใหม่ พบกับกิจกรรมมากมายภายในงาน

• ร่วมชมนิทรรศการหนังไทยจากยุคเก่าถึงยุคใหม่ และนิทรรศการ “ร้อยหนังไทยจากใจคนรักหนัง”
• ทำความรู้จักกับโรงหนังกระโปรง โรงหนังสุดฮิตในอดีต
• ดูหนังกลางแปลง หนังเด่นมาแรงในแต่ละยุค
• เปิดตัวหนังใหม่ จากเด็กไทยฝีมือดี
• คุยกันกลางลาน กับนักวิจารณ์ นักเขียนและผู้กำกับหนังไทย
• ย้อนบรรยากาศโรงหนังเก่า ข้าวโพดคั่ว น้ำตาลปั้น และเสื่อกก

กำหนดการเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน
วันอังคารที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒
๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. พิธีเปิดเทศกาลปูเสื่อกางจอ ดูหนังกลางลาน
๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น. ชมภาพยนตร์เรื่อง “แหวนวิเศษ (๒๔๗๒)”
oo
วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๒
๑๖.๓๐ - ๑๗.๐๐ น. ชมภาพยนตร์ตัวอย่างเรื่อง “หนีตามกาลิเลโอ (๒๕๕๒)” พูดคุยผู้กำกับ นิธิวัฒน์ ธราธร
๑๗.๐๐ - ๑๙.๐๐ น. ชมภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน (๒๕๔๖)”
oo
วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๒
๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น. ชมภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง (๒๕๔๗)”
oo
วันเสาร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๒
๑๑.๐๐ น. ชมภาพยนตร์ดี ๆ “เปิดกรุหนังไทย”
๑๑.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ร่วมประดิษฐ์ของเล่นจากหนัง
๑๑.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ชมภาพยนตร์เรื่อง “ปุกปุย (๒๕๓๓)”
๑๑.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ชมผลงานหนังใหม่จากเด็กไทยโครงการเขียนให้ได้ ถ่ายให้เป็น
๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ฟังเพลงในหนัง จากวง TK Band
๑๓.๐๐ - ๑๔.๐๐ น. ฟังเรื่องราวและชม “หนังยังเยาว์”
๑๔.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. ร่วมฟังเสวนา “หนัง...มีดีกว่าแค่ดู” กับพี่เก้ง จิระ มะลิกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย น.อ.นรินทร์ นาคมาโนช แฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์ไทยและบุญชู ผู้น่ารัก คุณประจวบ ผลิตผลการพิมพ์ นักเขียนชื่อดังจากนิตยสารไบโอสโคป
๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ชมภาพยนตร์เรื่อง “บุญชู ผู้น่ารัก (๒๕๓๑)”
๑๕.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ฟังเพลงในหนัง จากวง TK Band
๑๕.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. เปิดตัวหนังสั้นรักแฟนตาซี “เพียงสัญญา” ผลงาน ฟิล์ม เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์๑๖.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ฟังและชมหนังดี ในหัวข้อ “หนังคืออะไร”
oo
วันอาทิตย์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๒
๑๑.๐๐ น. ชมภาพยนตร์ดี ๆ “เปิดกรุหนังไทย”
๑๑.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ร่วมประดิษฐ์ของเล่นจากหนัง
๑๑.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ชมภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักลูกทุ่ง (๒๕๑๓)”
๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ฟังเพลงในหนัง จากวง TK Band
๑๓.๐๐ - ๑๔.๐๐ น. พบ “หนังขายยา” จากท้าวนพดล สมบูรณ์ เจ้าของผลงานเฉินหลง ภาคภาษาลาว๑๔.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ชมผลงานภาพเคลื่อนไหวสุดยอดเด็กไทยหลากสถาบันใน Fuse All Star
๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ชมภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักทรานซิสเตอร์ (๒๕๔๔)”
๑๕.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ฟังเพลงในหนัง จากวง TK Band
๑๖.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ฟังเรื่องราวและชม “หนังกางมุ้ง และหนังบ้าน” *กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

ปูเสื่อจองได้แล้ววันนี้! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานการเรียนรู้ TK park โทร.๐๒-๒๕๗-๔๓๐๐ หรือ www.tkpark.or.th

-----------------------------------------------------------------------------------------
อุทยานการเรียนรู้ TK park สังกัดสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) CentralWorld ชั้น 8 Dazzle Zone เลขที่ 4,4/1-4/2,4/4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 02 257 4300 โทรสาร. 02 257 4332เปิดบริการ อังคาร - อาทิตย์ 10.00 - 20.00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์)
oo
Thailand Knowledge Park A Division of OKMD 8th Floor, CentralWorld Dazzle Zone 4,4/1-4/2,4/4, Pathumwan Bangkok 10330 Tel. (66) 2 257 4300 Fax. (66) 2 257 4332Open Tuesday - Sunday 10.00 a.m. - 8.00 p.m. (Closed every Mondays) www.tkpark.or.th

6.19.2552

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๑๒๖ (Boy Band สูตรสำเร็จ ของความคิดสร้างสรรค์ หรือทำลาย)



๐ การพัฒนา ความทันสมัย โลกาภิวัฒน์ กระแส เทรน แฟชั่น .... นำพาความนิยมบางอย่าง สู่เราๆ ผู้บริโภค เสมอมา
ooo
๐ การไหลบ่าของวัฒนธรรม วิธีคิด ในโลกสมัยใหม่ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ....จากประเทศเจริญแล้ว ในโลกที่หนึ่ง สู่ประเทศโลกที่สองและสามเสมอ
ooo
๐ การหลั่งไหล ของแนวทางที่ประสบความสำเร็จมีมาให้ได้พบ ได้สัมผัส ในกระแสโลกาภิวัฒน์ เสมอๆ กระทั่งกลายมาเป็น "สูตรแห่งความสำเร็จ"

๐ ยอดขายถล่มทลาย ผู้ซื้อแห่แหนติดตาม ไม่ว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดสิ่งนั้นขึ้น ตั้งแต่ครั้งอดีต จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ดูเหมือนว่ามันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย เช่นเดียวกับ การสร้าง Boy Band หรือจะมี "สูตรสำเร็จ" ที่ไม่ว่าครั้งไหนๆ แม้ความแตกต่างแทบไม่มี แต่งหน้าแต่งตัว ทำผม ท่าเต้น จำนวน แต่เมื่อออกมาครั้งใด "ขายได้ทุกที" สิน่า...หรือสูตรแห่งความสำเร็จ จะมีอยู่ในโลกใบนี้จริงๆ
qqqq
๐ Super Kute เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ เรื่องที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ที่ปัจจุบัน 'Sk คือ boy Band ที่ดังที่สุดในประเทศกัมพูชา ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร 'Sk จะแต่งตัว ทำผม จัดท่าถ่ายรูป และมีสไตล์เพลงที่แทบไม่มีความต่างจาก Boy Band ที่ประสบความสำเร็จ มาแล้วในอดีต จากวงต่างๆ ที่ huainhub แนบมาให้ชมตามภาพด้านล่างนี้
ooo
สิ่งที่ -'Sk ทำก็คงไม่ต่างจาก Boy Band ในประเทศไทย -สิ่งที่ Boy Band ไทยทำก็ไม่ต่างจาก เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ซึ่งมีแบบอย่าง ที่ประสบความสพเร็จมาแล้ว ให้ดูอย่าง Boy Band ในประเทศโลกตะวันตก
ooo





....แล้วเรื่องนี้ มันมีความต่าง บ้างมั๊ย มีสูตรสำเร็จ จริงหรือไม่..หรือไม่มีอะไร มีสูตรเร็จได้อย่างแท้จริง...
ooo
huahinhub ว่า
๐ Boy Band ต้องเด็กนะ ต้องวัยรุ่นเท่านั้น (อายุมากต้อวงแตกเพราะมันไม่ Boy)
๐ Boy Band ที่ไม่แตกวง ต้องเปลี่ยน จำนวนหรือสมาชิกในวง (เพลงดี ภาพดี คนต้องปรับตัวมากไป)
๐ Boy Band ประเทศพัฒนาแล้ว ขายประเทศกำลังพัฒนาได้ (ปท.ฯกำลังพัฒนาอย่าหวัง ในทางกลับกัน)
๐ ประเทศเจริญกว่า ไม่อาจปลื้ม Boy Band ประเทศกำลังพัฒนาได้ (เชยที่สุด ทำได้ไง เราจะคิดงั้น)
๐ Boy Band ขายได้กับผู้บริโภคเพศหญิง (ชายซื้อมันแมนมั๊ย ปลื้มอริสมันเพื่อนยังล้อเลย...)
๐ ตะวันตกพลิกโลก จากเกษตร สู่อุตสาหกรรม สู่เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร สู่เศรษฐกิจความคิดสร้างรรค์
๐ ตะวันออกตั้งรับมากไป รู้เลียนมากกว่าเรียนรู้ หลีกหนี ละทิ้ง อัตลักษณ์ ตัวตน ของตนเอง
๐ Mass มันมาแล้วก็ไป Master จะคงอยู่ตลอดไป (ทำไมไม่ทำ)
๐ ผลิตซ้ำ แตกต่างจาก ต่อยอด - มีราคา แตกต่างจาก มีคุณค่า
๐ ซื้อซ้ำ เพราะแตกต่าง จากที่เคยซื้อ
๐ สูตรสำเร็จที่แท้จริง ไม่เคยมี มีแต่สูตรสำเร็จชั่วครั้งชั่วคราว
๐ สุดท้าย Boy Band ก็จะจากไป พร้อมๆกับความสำเร็จ แค่เศษเสี้ยว
oooo
...เราจะดีใจกันได้หรือไม่ กับความสำเร็จในบางครั้ง ที่เราไม่เคยเป็นผู้รังสรรค์ผลงาน ที่จะอยู่สืบไปได้ถึงลูกหลาน โลกเปลี่ยนไปผู้บริโภคเปลี่ยนตามเสมอ (เลียนแบบ) อาจทำได้แค่อยู่รอด ไม่ใช่ยั่งยืน สูตรสำเร็จ อยู่ได้ชั่วครั้ง มิใช่ตลอดไป
ooo
....สูตรเฉพาะ...ที่แตกต่าง และไม่มีใครที่ไหน สามารถทำได้เหมือน ต่างหาก ที่จะยั่งยืน มีคุณค่า มีเอกลักษณ์ มีลักษณะเฉพาะ และไม่เลือนหายไปกับกาลเวลา ตกทอดได้ถึงลูกถึงหลาน คิดมากๆ คิดยากๆ คิดสูตรเฉพาะ...ให้ได้สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าคุณจะทำสิ่งใด
pp
นั่นต่างหาก สิ่งที่คุณได้สร้างสรรค์ไว้ ให้กับตัวคุณ ลูกหลาน สังคม และประเทศชาติสืบไป...คารวะ
o
ขอบคุณทุกภาพจากทุกๆ Boy Band
huahinhub Thanks
o

6.18.2552

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๑๒๓ (Beautiful Lesson)

huahinhub ได้รับ e-mail ฉบับนี้ และนิยมในความรักของ นิคที่มีต่อเคที....พี่น้องชาวหัวหินล่ะ...ว่าไง

Beautiful Lesson !!!!!!!!

The girl in the picture is Katie Kirkpatrick, she is 21. Next to her, her fianc้, Nick, 23. The picture was taken shortly before their wedding ceremony, held on January 11, 2005 in the US . Katie has terminal cancer and spend hours a day receiving medication. In the picture, Nick is waiting for her on one of the many sessions of chemo to end. --ผู้หญิงในรูป เธอชื่อ เคที่ เคิร์กแพททริค. เธออายุ 21, ข้างๆเธอคือ นิค อายุ 23 ปี คู่หมั้นของเธอ รูปนี้ถูกถ่ายขึ้นไม่นานนก่อนวันแต่งงานของพวกเขา, ซึ่งถูกจัดขึ้นในเดือน มกราคม 2005 ณ สหรัฐอเมริกา เคที่ เป็นโรคมะเร็ง และใช้เวลาวันละ หลายๆชม. เพื่อรับการรักษา เยียวยา ในรูป นิคกำลังเฝ้ารอ คู่หมั้นของเค้า รับการรักษาด้วยคีโม




In spite of all the pain, organ failures, and morphine shots, Katie is going along with her wedding and took care of every detail. The dress had to be adjusted a few times due to her constant weight loss --ถึงแม้จะเจ็บปวด, อวัยวะภายในเริ่มล้มเหลว, และ มอร์ฟีนอีกหลายเข็ม, เคที่ ทนเพื่อที่จะเข้าพิธีแต่งงานของเธอ และดูแลจัดการทุกๆรายละเอียด ชุดแต่งงานของเธอ ต้องถูกปรับใหม่ทุกครั้ง ตามน้ำหนักของเธอที่ลดลงเรื่อยๆ..





An unusual accessory at the party was the oxygen tube that Katie used throughout the ceremony and reception as well. The other couples in the picture are Nick's parents. Excited to see their son marrying his high school sweetheart. --พิธีที่ดูจะแปลกซึ่งมีถังอ๊อกซิเจนที่ต้องใช้ ตลอดงาน, อีกคู่ข้างๆคือ พ่อแม่ของนิคที่ตื้นตัน ที่นิคกำลังจะเข้า พิธีวิวาห์กับคู่รักวัยเรียนของเขา


o
o
o
o



Katie, in her wheelchair with the oxygen tube , listening to a song from her husband and friends --เคที่อยู่บนรถเข็นพร้อมกับถังอ๊อกซิเจน, นั่งฟังเพลงที่สามีเธอและเพื่อนๆร้องให้เธอ









o
At the reception, katie had to take a few rests. The pain did not allow her to stand for long periods --ที่ โต๊ะ, เคที่ต้องพักผ่อนบ้าง เพราะความเจ็บปวดทางร่างกายที่เธอมี ไม่สามารถทำให้เธอยืนนานๆได้




o
oo
o
o


..Katie died five days after her wedding day. Watching a woman so ill and weak getting married and with a smile on her face makes us think..... Happiness is reachable, no matter how long it lasts . --เคที่เสียชีวิต 5 วันหลังจากวันแต่งงาน, การที่เราได้เห็นผู้หญิงที่ป่วยหนักใกล้จะตาย ได้กำลังจะแต่งงานพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ.. ทำให้เราฉุกคิดว่า.. ไม่ว่ามันจะยาวนานเท่าไหร่... Life is short ชีวิตช่างสั้นนัก



-------------------------------------------
๐ Break the rules ไม่จำเป็นต้องตามกฏเกณฑ์
๐ forgive quickly ให้อภัย
๐ love truly รักให้จริงจัง
๐ laugh constantly หัวเราะให้มากที่สุด
๐ And never stop smiling และอย่าหยุดยิ้ม
๐ no matter how strange life is ไม่ว่าชีวิตจะดูแปลกเพียงใด
๐ Life is not always the party we expected to be ชีวิตอาจจะไม่ได้สนุกสนานอย่างที่เราคาดคิดไว้เสมอ
๐ but as long as we are here, we should smile and be grateful. แต่ตราบที่เรายังมีลมหายใจ... เราควรจะยิ้ม.. และขอบคุณสำหรับชีวิต ที่ยังมีอยู่..

6.17.2552

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๑๒๒ (โลกอาจชนดาวศุกร์)


อีก 3.5 พันล้านปี โลกอาจชนดาวศุกร์

ความวุ่นวายในวงโคจร อาจเป็นสาเหตุให้ระบบสุริยจักรวาลยุ่งเหยิง และอาจทำให้โลกชนกับดาวศุกร์หรือดาวอังคาร

พลังที่เรียกกันว่าความไม่มีระเบียบในวงโคจร อาจเป็นสาเหตุให้ระบบสุริยจักรวาลยุ่งเหยิงและอาจทำให้โลกชนเข้ากับดาวศุกร์หรือดาวอังคาร ข่าวดีคือ แนวโน้มของการชนกันมีน้อยมาก ประมาณ 1 ใน 2,500 และหากดาวเคราะห์ต่างๆ เกิดชนกันจริงๆ กว่าจะถึงเวลานั้นก็ต้องอีก 3,500 ปีข้างหน้า
oo
จริงๆ แล้วมีโอกาส 99% ที่
ดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลจะยังโคจรกันอย่างเป็นระเบียบไปตลอดอายุขัยของดาวเคราะห์ในระบบของเรา ซึ่งคาดว่าจะอยู่ไปได้อีก 5,000 ล้านปี หลังจากนั้น ดวงอาทิตย์มีแนวโน้มจะขยายเป็นวงสีแดงขนาดยักษ์ จนกลืนกินโลกและดาวดวงอื่นๆ ที่โคจรอยู่ใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นโลก ดาวพุธ ดาวศุกร์ และดาวอังคาร
oo
นานมาแล้วที่นักดาราศาสตร์สามารถคำนวณการเคลื่อนไหวของ
ดาวเคราะห์ได้อย่างมีความแม่นยำสูง เป็นเวลาหลายร้อยหรือถึงขั้นหลายพันปีข้างหน้า และทำให้นักดาราศาสตร์สามารถคาดหมายได้ว่าจะเกิดสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคาเมื่อไร แต่นายฌากส์ ลัสการ์ นักวิจัยแห่งออพเซอเวตัวร์ เดอ ปารีส์ ระบุว่า นักวิจัยยังไม่สามารถศึกษาไปได้ลึกกว่านั้นเกี่ยวกับอนาคตของกลศาสตร์ดวงดาวได้อย่างแม่นยำ
00
ทั้งนี้ นายลัสการ์ และนายไมเคิล กาส์ติโน ได้ใช้
คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเพื่อสร้างแบบจำลองเกี่ยวกับความไร้เสถียรภาพในวงโคจร ในช่วง 5,000 ปีข้างหน้า โดยหยิบทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มาพิจารณาด้วย โดยในระยะสั้นมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย แต่ในระยะยาวส่งผลในรูปของเส้นทางโคจรที่แตกต่างไปอย่างมาก
oo
นักวิจัยได้ทำแบบจำลอง 2,501 แบบ ซึ่ง 25 แบบจบลงด้วยความปั่นป่วนอย่างหนักของ
ระบบสุริยะ และมีแบบจำลองหนึ่งที่ดาวอังคารโคจรเข้ามาใกล้โลกมาก พูดให้ชัดคือ 794 กิโลเมตร "เมื่อคุณเข้ามาใกล้ขนาดนั้น ก็แทบเหมือนกับการชนกัน เพราะดาวจะแตกเป็นเสี่ยงๆ" นายลัสการ์อธิบาย ขณะที่สิ่งมีชีวิตบนโลก ถ้ายังมีเหลืออยู่ ก็แทบแน่นอนว่าจะไม่สามารถอยู่ได้
000
นายลัสการ์และนายกาส์ติโนยังจัดทำแบบจำลองทาง
คอมพิวเตอร์อีก 200 แบบ พร้อมเปลี่ยนเส้นทางโคจรของดาวอังคารครั้งละเล็กน้อย ปรากฏว่าทุกครั้งยกเว้น 5 ครั้งจะจบลงด้วยการชนกันทั้งดวงอาทิตย์ โลก ดาวพุธ ดาวศุกร์ หรือดาวอังคาร การศึกษาพบว่า กุญแจสำคัญที่นำไปสู่แนวโน้มของความไร้ระเบียบอย่างยิ่งในวงโคจร คือ ดาวดวงที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดหรือดาวพุธ "ดาวพุธเป็นเหมือนตัวจุดชนวนและจะเป็นดาวดวงแรกที่ไร้เสถียรภาพ เพราะมีมวลเล็กที่สุด" นายลัสการ์อธิบาย
oo
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจออนไลน์
huahinhub TThanks
oo

6.16.2552

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๑๒๑ (Behind the Scenes)



"...ผู้ที่อาจแลเห็นสิ่งเล็กน้อยได้ เรียกว่ามีสายตาแหลมคม ผู้ที่รักษาความอ่อนโยนไว้ได้ เรียกว่ามีความแข็งแกร่ง ใช้แสงสว่างภายนอก สาดส่องเข้าไปจนถึงความเห็นแจ้งภายใน นี่จึงช่วยให้พ้นจากหายนะ..."
oooo
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.gotomanager.com
โดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย
huahinhub Thanks

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๑๒๕ (ตึกสีเขียว)




สถาปัตยกรรมสีเขียว ธนาคารกสิกรไทย
เวลาเกือบ 2 ปี ในการจัดหาสำนักงานใหม่แห่งที่ 3 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานและสำนักงานใหม่แห่งนี้ยังเป็น Green Building ที่กสิกรไทยบอกว่าสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ธนาคารเลือกก่อตั้งสำนักงานใหม่แห่งที่ 3 อยู่ในบริเวณพื้นที่เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ชื่อของอาคารแต่ละแห่งกำหนดไปตามชื่อถนน เหมือนอาคารสำนักงานใหญ่อีก 2 แห่งที่อยู่บนถนนพหลโยธินและถนน ราษฎร์บูรณะที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ooo
เป็นเรื่องจริงเมื่อธนาคารกสิกรไทยจะก่อตั้งสำนักงานใหม่ทุกครั้งจะคิดถึงเรื่องฮวงจุ้ยเป็นเรื่องสำคัญในอันดับต้นๆ ส่วนหนึ่งเพราะบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเชื่อว่าฮวงจุ้ยดีย่อมทำให้ธนาคารมั่งคั่ง โดยเฉพาะอาคารราษฎร์บูรณะได้ปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยอยู่หลายรอบไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ ที่อยู่ทั้งในอาคารและนอกอาคาร แม้กระทั่งห้องทำงานของบัณฑูรก็ไม่เว้นจะต้องปรับเช่นเดียวกัน สำนักงานใหญ่บนถนนพหลโยธินและถนนราษฎร์บูรณะ เป็นตึกที่ธนาคารกสิกรสร้างขึ้นใหม่ แต่สำนักงานใหญ่ถนนแจ้งวัฒนะ ธนาคารเลือกซื้อตึกเก่าปรับปรุง ให้เป็นตึกใหม่ แม้จะเป็นตึกเก่าที่นำมาปรับปรุงใหม่แต่เมื่อซินแสเข้ามาดูสถานที่แล้วแทบ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงฮวงจุ้ย


ธีรนันท์ ศรีหงส์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทยบอกว่าซินแสให้ความเห็นว่าเป็นตึกที่ฮวงจุ้ยดีอยู่แล้วและหันหน้าไปทางทิศเหนือ แต่หลักใหญ่ในการปรับฮวงจุ้ยของอาคารแจ้งวัฒนะจะเลือกให้ผู้บริหารทำงานบนชั้น 8 ซึ่งเป็นเลขมงคล ส่วนตัวอาคารติดกระจกโดยรอบมีช้างหยกวางไว้ใกล้กระจกเพราะเชื่อว่าเป็น การสลายพลังที่จะเข้ามา รวมทั้งวางเหรียญเงินเหรียญทองไว้ตามจุดต่างๆ ที่เป็นส่วนไหลเวียนเข้าออกของเงิน การปรับฮวงจุ้ยเพียงเล็กน้อยทำให้ตึกแจ้งวัฒนะเป็นอาคารที่มีการปรับฮวงจุ้ยน้อยที่สุดเท่าที่เคยทำมา

ธนาคารเลือกวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นวันเปิดตัวอาคารอย่างเป็นทางการ มีการตั้งศาลติดตั้งครุฑหน้าอาคารและทำบุญเลี้ยงพระ ก่อนที่ธนาคารจะซื้ออาคารดังกล่าว อาคารนี้เคยเป็นตึกเก่าร้างมากว่า 10 ปี หลังจากประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 มีอาคารเก่าอีกหลายหลังที่ตั้ง อยู่บริเวณเดียวกัน แต่ธนาคารกสิกรไทยตัดสินใจซื้อตึกเก่าและปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ตึกที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังของธนาคารยังเป็นอาคารเก่าที่ไม่ได้รับการปรับปรุงจนถึงวันนี้ ตึกที่อยู่ด้านหน้าของธนาคารกสิกร ไทยเป็นตึกที่ธนาคารนครหลวงไทยเป็นเจ้าหนี้ ส่วนตึกที่อยู่ด้านหลังมีธนาคารกรุงเทพเป็นเจ้าหนี้ ธนาคารซื้อตึกเก่าหลังนี้มาด้วยราคา 700 ล้านบาทและใช้งบประมาณตกแต่งปรับปรุงทั้งภายในและภายนอกเป็นจำนวนเงินประมาณ 3,000 ล้านบาททำให้ธนาคารประหยัดกว่าการสร้างตึกใหม่ 300 ล้านบาท
ooo
ธนาคารได้เปรียบเทียบการนำตึกเก่ามาปรับปรุงใหม่ทำให้ไม่ต้องลงทุนวัสดุใหม่ทั้งหมด พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นอย่าง เป็นรูปธรรมที่ทำให้ลดค่าใช้จ่ายโดยรวม อาคารที่สร้างแล้วอยู่ในชุมชนที่มีระบบสาธารณูปโภคทำให้ประหยัดทรัพยากรหลายด้าน อาทิ เสาเข็ม 3,700 ต้น คอนกรีต 34,000 cu.m เหล็ก 6,850 ล้านกิโลกรัม และไม้แบบ 200,000 ตารางเมตร อาคารแจ้งวัฒนะเป็นอาคารที่ธนาคารกำหนดแนวคิดให้เป็นต้นแบบอาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาตรฐานโลก หรือที่ธนาคารกสิกรไทยเรียกว่า "อาคารแจ้งวัฒนะ สถาปัตยกรรมสีเขียว" หรือ Green Building
ooo
อาคารแจ้งวัฒนะออกแบบและก่อสร้างโดยยึดมาตรฐานของ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) เป็นระบบการวัดระดับความเป็นอาคารสีเขียวขององค์กรทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินการสนับสนุนและให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดในเรื่องการออกแบบที่ยั่งยืนของประเทศสหรัฐอเมริกา U.S. Green Building Council (USGBC) การออกแบบและก่อสร้างใช้มาตรฐาน TEEN (Thailand Energy & Environment Assessment Method) ประหยัดพลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาคารมีทั้งหมด 11 ชั้นจากเดิมมี 10 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 66,000 ตารางเมตร ชั้น 9-10 และชั้น 11 จะเดินทะลุหากันได้โดยมีบันไดเชื่อมอยู่ตรงกลางตึก เจ้าหน้าที่กสิกรบอกว่าทั้ง 3 ชั้น เรียกว่าใจบ้าน
oo
เป็นส่วนที่รับแสงเข้ามาภายในอาคารช่วยประหยัดพลังงาน ส่วนชั้น 3-5 และชั้น 6 สามารถเดินทะลุได้เช่นเดียวกันโดยไม่ต้องใช้ลิฟต์ แต่อาคารแห่งนี้จะไม่มีชั้น 4 ซึ่งเป็นตัวเลข ที่คนจีนเชื่อกันว่าไม่เป็นมงคล กระจกรอบตัวอาคารเป็น Insulated Laminate ไม่สะท้อนแสงและเป็นฉนวนใยแก้วกันความร้อน การออกแบบและวัสดุกันความร้อน ทำให้แต่ละชั้นสามารถเดินหากันได้ทำให้ประหยัดไฟฟ้าได้ 30% ส่วนน้ำที่ใช้ในอาคารแห่งนี้จะนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) ทำให้ประหยัดน้ำได้ 50%
oo
ความตั้งใจที่จะสร้างให้เป็นอาคารสีเขียวทำให้ธนาคารมีเป้าหมายมาตรฐานรางวัลระดับ Gold และอยู่ระหว่างยื่นเรื่องให้คณะกรรมการจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาตรวจสอบอาคาร สำนักงานใหญ่แห่งที่ 3 อาคารแจ้งวัฒนะมีเป้าหมายเพื่อเป็นหน่วยงานสนับสนุนการทำงานและเป็นศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ส่วนอาคารราษฎร์บูรณะ ผู้บริหารจะนั่งเป็นหลักเพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายทิศทางธุรกิจ นอกจากนี้มีสายงานด้านธุรกิจบุคคล ฝ่ายบุคคลและฝ่ายไอทีบางส่วน อาคารพหลโยธินเป็นฝ่ายปฏิบัติการ มีฝ่ายอนุมัติสินเชื่อ ฝ่ายบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้าและฝ่ายบริหารเครดิต เป็นกลุ่มทำงานที่เหมาะสมอยู่ใจกลางเมือง เพราะมีรถไฟฟ้า
ooo
ธีรนันท์บอกว่าการก่อตั้งอาคารสำนักงานใหญ่แห่งที่ 3 เป็นแผนยุทธศาสตร์ของธนาคารที่ต้องการมีระบบสำรองรองรับการทำงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินกับอาคารพหลโยธินหรืออาคารราษฎร์บูรณะ ตามหลักภูมิศาสตร์ที่เลือกตั้งสำนักงานบนถนนแจ้งวัฒนะเพราะอาคารอยู่ห่างจากอาคารพหลโยธิน 20 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากสำนักงานราษฎร์บูรณะ 45 กิโลเมตร ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลทำให้สามารถ ขนย้ายพนักงานและระบบการทำงานได้ในเวลา 20 นาที อาคารแจ้งวัฒนะมีพนักงานทำงาน 2,500 คน ประกอบด้วยหน่วยงานหลายฝ่าย ศูนย์คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็นศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ฝ่ายปฏิบัติการผลิตภัณฑ์เครดิตผู้บริโภค ฝ่ายปฏิบัติการเงินสดและการชำระเงิน และบริษัท โพรเกรส กันภัย จำกัด และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ (call center)
oo
อาคารแห่งนี้ยังรับหน้าที่รับ-ฝากเงิน รวมถึงเป็นศูนย์ทดลองใช้บริการเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น ทดลองการประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนส์ (VDO Conference) หรือการประชุมเห็นหน้าโดยผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้พนักงานประหยัดเวลาในการเดินทาง หากมองในมุมของยุทธศาสตร์การให้บริการรับฝาก-ถอนเงิน ธนาคารกสิกรสามารถให้บริการลูกค้าในเมืองทองธานีที่มีที่พักอาศัยจำนวนมาก แม้จะมีตึกร้างอยู่บ้างก็ตามแต่ก็มีชุมชนขนาดใหญ่ที่อยู่โดยรอบเมืองทองธานี ธนาคารกสิกรไทยก็ไม่ปฏิเสธว่าส่วนหนึ่งเพื่อรองรับบริการลูกค้ากลุ่มข้าราชการที่กำลังผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดบน ถนนแจ้งวัฒนะที่จะเริ่มมาทำงานในเร็วๆ นี้
oo
ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเป็นอีกราย หนึ่งที่มองเห็นยุทธศาสตร์นี้เช่นเดียวกันได้เข้าไปยึดภูมิศาสตร์บนถนนแจ้งวัฒนะที่อยู่ตรงกันข้ามกับกระทรวงยุติธรรมพร้อม เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แม้ธนาคารประเมินว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ใช้บริการเป็นลูกค้าทั่วไปที่มีรายได้ ไม่สูงมาก เป็นกลุ่มที่ต้องการใช้บริการโอน เงินไปต่างจังหวัด ทำให้อาคารแจ้งวัฒนะ ติดตั้งระบบเอทีเอ็ม ฝาก ถอน โอนเงินไว้นอกอาคาร คาดหวังจะมีรายได้จากค่าธรรมเนียม เป้าหมายของธนาคารกสิกรไทยจะชูภาพลักษณ์อาคารแจ้งวัฒนะให้เป็นสถาปัตยกรรมสีเขียวแต่การเลือกถนนแจ้งวัฒนะเป็นสำนักงานใหญ่แห่งที่ 3 ก็ได้รับประโยชน์ทางด้านธุรกิจควบคู่ไปด้วย การมองข้ามช็อตของธนาคารกสิกรไทยน่าจะทำให้อาคารแจ้งวัฒนะได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่องในคราวเดียวกัน...การมองกาลไกล ทำให้คนแตกต่างจากอีกคน...
o
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.gotomanager.com/ โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
huahinhub Thanks
o

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๑๒๐ (บริหารงานวิถีพุทธ)


o
o
o
o
o
o
o
o
o
o
วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์
วัย 39 ปี ประธานกรรมการ บริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด เป็นนักบริหารหนุ่มที่นำหลักการบริหารแบบพุทธมาปรับใช้กับงานบริหารในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว
oo
เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจของบริษัท บาธรูม เขาจะสอดแทรกหลักการบริหารงานที่ควบคู่ไปกับหลักของศาสนาพุทธได้อย่างกลมกลืนทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจากการบวชเรียนกับหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานฯ จังหวัดนนทบุรี และเขายังเคยได้ไปปฏิบัติธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ณ สวนโมกข์ จ.สุราษฎร์ธานี เขาบอกว่าท่านพุทธทาสภิกขุใช้หลักศาสนาพระไตรปิฎกแนะให้ใช้ 3 หลักในการบริหาร
1. ผลิตให้มาก
2. ใช้แต่พอดี
3. เหลือช่วยผู้อื่น
oo
3 หลักถ้าใครทำได้จะได้เป็นเศรษฐี ซึ่งไม่ได้หมายถึงความรวย แต่หมายถึงผู้ประเสริฐ นอกจากนั้นยังได้นำหลักอิทธิบาทสี่มาปรับใช้ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
๐ ฉันทะคือการทำงานด้วยความรัก วัชรมงคลบอกว่างานออกแบบเป็นสิ่งที่เขารัก
๐ วิริยะคือความพากเพียร
๐ จิตตะหมายถึงการเอาใจเข้าไปใส่จะทำให้สินค้ามีชีวิตขึ้นมาทันที สุดท้าย
๐ วิมังสา การหมั่นทบทวน
oo
หลักการบริหารแบบพุทธของเขาไม่ได้นำมาใช้เพียงด้านเดียวแต่เขาได้นำหลักการบริหารรูปแบบสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานเพื่อสร้างความสมดุล อาทิ การบริหารการเงิน ความพึงใจของลูกค้า เป้าหมายของการบริหารงานสมัยใหม่ต้องการประสิทธิภาพ ในขณะที่การบริหารแนวพุทธจะบริหารแบบพอดี พอใจในสิ่งที่มี ทำธุรกิจในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่สร้างหนี้เกินความจำเป็น และนำเงินหมุนเวียนที่ได้จากกำไรมาขยายธุรกิจ
oo
ข้อดีของการบริหารแบบพุทธมาปรับใช้กับธุรกิจทำให้ไม่มีหนี้สูญ เพราะบริษัทใช้หลักการบริหารการเงินหนี้สินต่อทุนต้องไม่เกินหนึ่ง ยามเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน วัชรมงคลไม่ได้เพิ่มรายได้ให้กับพนักงานมากนัก แต่เขาช่วยบริหารให้พนักงานมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง มีข้าวและน้ำพริกให้รับประทานฟรีทุกวัน น้ำดื่มสมุนไพรจำหน่ายแก้วละ 2 บาท เปรียบเทียบจากร้านค้าภายนอกที่จำหน่ายแก้วละ 10-15 บาท มีอาหารถุงขายถุงละ 10 บาท
oo
ด้านสวัสดิการบริษัทสนับสนุนให้พนักงานเรียนเพิ่มเติม โดยบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายให้ ส่วนพนักงานที่มีบุตร บริษัทจะส่งให้เรียนจนจบปริญญาตรี กรณีที่ไม่มีบุตรและพนักงานเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเงินเดือนให้กับพ่อและแม่ เดือนละ 2 พันบาท วัชรมงคลบอกว่าแม้บริษัทจะเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีแต่เขาจะร่วมทำงานกับพนักงานเหมือนดั่งพี่กับน้อง หลักการบริหารธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างแบบพุทธและการจัดการที่ทันสมัยรวมไปถึงการปกครองลูกน้องของเขา ทำให้บริษัทที่ก่อตั้งด้วยคูหาเล็กๆ เพียง 1 ห้อง ได้ขยายเช่าคูหาเพิ่มเป็น 6 ห้อง
oo
ปรัชญาในการใช้ชีวิตและการดำเนินงานของวัชรมงคลเขาจะมองคล้ายกัน การบริหารธุรกิจเป้าหมายเพื่อประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น นอกจากการทำงานให้กับบริษัทของตัวเองแล้ว วัชรมงคลยังได้แบ่งปันเวลาของเขาส่วนหนึ่งไปร่วมเป็นคณะกรรมการให้กับมูลนิธิหลายแห่ง อาทิ มูลนิธิของสมเด็จย่า โครงการครูเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาของพระพี่นาง เพื่อเชิดชูครูที่เสียสละอยู่ชายแดนตามรอยตะเข็บและภาคใต้ รวมถึงช่วยงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อช่วยจัดหาทุนเข้ามูลนิธิ และรับเป็นอาจารย์สอนพิเศษเอ็มบีเอให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
oo
ภายใต้หลักสูตรการประยุกต์ธุรกิจบริหารในรูปแบบพอเพียง วัชรมงคลบอกว่าเขาทำงานทุกวันและมีความสุข การทำงานและการพักผ่อนเป็นเรื่องเดียวกันและเขาเชื่อว่าความสุขสามารถสร้างได้ทุกวัน ทุกวันพุธของสัปดาห์ วัชรมงคลจะอนุญาตให้พนักงานจำนวนหนึ่งไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคม อาทิไปสอนหนังสือเด็ก ตัดผม เลี้ยงอาหาร ติดตั้งห้องน้ำให้กับบ้านพักคนชรา ที่สำนักงานจะมีกล่องบริจาคเงิน พนักงานให้เท่าไหร่บริษัทจะจ่ายเพิ่มให้อีก 1 เท่า เช่น กล่องบริจาคมีเงิน 50 บาท บริษัทจะเพิ่มให้อีก 50 บาท หรือถ้าหากมีเงินบริจาค 2 หมื่นบาท บริษัทก็จะเพิ่มให้อีก 2 หมื่นบาท
oo
"ผมกำลังมองว่ามุมมองความสุข ถ้าคนมองความสุก เป็น ก.ไก่ มองความสุขจากสิ่งของ วัตถุ เงินทอง หาเงินมากที่สุด ความสุขจะไปคนละทาง ยิ่งวิ่งหาความสุขๆ ก็ยิ่งวิ่งหนีเรา แต่จริงๆ แล้วความสุขอยู่ในใจเกิดจากความพอเพียง"
o
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.gotomanager.com โดยนภาพร ไชยขันแก้ว
huahinhub Thanks
o

| สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๑๑๙ (หมอหวาน สืบสานตำนานคุณค่ายาไทย)












“หมอหวาน” ...สืบตำนานคุณค่าแห่งยาหอมไทย
o
"...ขอเตือนว่า หมอฝรั่งนั้นดีจริง แต่ควรให้ยาไทยสูญหายหาฤาหาไม่ หมอไทยควรจะไม่ให้มีต่อไปภายหน้าหาฤาควรจะมีไว้บ้าง ถ้าว่าส่วนตัวฉันเอง ยังสมัครกินยาไทยแล วางใจหาฤาอุ่นใจในหมอไทยมาก ถ้าหมอไทยจะรักษาอย่างฝรั่งหมด ดูเยือกเย็นเหมือนเห็นอื่น..."
oo
เป็นพระราชดำริในรัชกาลที่ 5 แสดงความเป็นห่วงวงการแพทย์แผนไทย ดูเหมือนว่าจะยังไม่ล้าสมัยจวบจนวันนี้ "แม้เป็นลมหน้ามืดวิงเวียน คลื่นเหียนอาเจียนเป็นการใหญ่ จุกเสียดอ่อนเพลียละเหี่ยใจ ทิ้งเอาไว้มีหวังม้วยมอด..." เสียงเพลงโฆษณาสนุกๆ ทางวิทยุของยาหอมตราปรางค์สามยอด คงเป็นที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของผู้คนที่เกิดก่อนยุค 80
oo
แต่สำหรับคนรุ่นหลังคงทำได้เพียงค้นหาฟังเอาจากอินเทอร์เน็ต เพราะทางวิทยุคงหาฟังไม่ได้อีกแล้ว ไม่ใช่แค่เพียงการจากไปของโฆษณายาหอมทางหน้าปัดวิทยุหรือหน้าจอโทรทัศน์ แต่ดูเหมือนอีกสิ่งที่เริ่มหายไปจากสังคมไทยด้วย นั่นก็คือวัฒนธรรมการใช้ยาหอม อันจะนำไปสู่การล้มหายตายจากของผู้ผลิตยาหอมรายย่อยและสูตรยาหอมตำรับโบราณของไทย
oo
ยาหอมเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่สังคมไทยมากว่าสามศตวรรษ ว่ากันว่าตำรับยาหอมเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในยุคเริ่มต้น ยาหอมถือว่าเป็นของสูง เป็นของหายากที่ใช้กันในหมู่เจ้านายที่มีทรัพย์และมีอำนาจวาสนา เพราะเครื่องยาหลายตัวต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งยังต้องมีบริวารมากพอจะมาบดมาร่อน มาปรุงให้ได้ยาหอมคุณภาพดี เมื่อบวกกับคุณค่าความหมายของ "วัง" ยาหอมยุคนั้นจึงกลายเป็นของที่มีคุณค่า คุณภาพ และมีราคาแพงจนชาวบ้านทั่วไปแทบไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้ใช้
oo
จนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงปรารภให้กระจายยาดีๆ ไปตามหัวเมืองทั่วประเทศ เพื่อให้ราษฎรที่อยู่ห่างไกลที่หายาแก้โรคภัยได้ยาก ภายใต้ชื่อ "ยาโอสถสภา" (ยาสามัญประจำบ้าน) และจัดตั้งตำรับยาตำราหลวงขึ้น ซึ่งมียาหอมเป็นหนึ่งในนั้น ยาหอมมีสรรพคุณในการปรับสมดุลของธาตุลม และ "ลม" ยังหมายถึงการไหลเวียนของระบบโลหิต ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เลือดลมจึงมีความหมายต่อสุขภาพค่อนข้างกว้าง จนมีคำกล่าวว่า "โรคเลือดลมมี 500 จำพวก" เมื่อเลือดลมเป็นปกติก็ย่อมดีต่อหัวใจและสมอง
oo
ด้วยสรรพคุณเช่นนี้ ในอดีตยาหอมจึงไม่ได้เป็นเพียงยาประจำเชี่ยนหมากของคุณย่าคุณยาย แต่เป็นยาประจำแทบทุกบ้านและนิยมใช้กันทุกเพศทุกวัย ต่อมาเมื่อเครื่องยาหอมหาได้ง่ายขึ้น และมีการนำตำรายาดีๆ ออกเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ ตำรับยาหอมจึงถูกดัดแปลงสูตรยาหอมเป็นตำรับเฉพาะของตนมาผลิตขายยาหอมจึงมีหลากหลายตำรับและแพร่หลายไปสู่สามัญชนในกว้าง จนเชื่อกันว่ายาหอมคงได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคนี้ และแม้ว่ายาหอมจะเข้าถึงได้ง่าย แต่ความหมายและสถานภาพของยาหอมก็ยังคงคุณค่าในเชิงสังคมและวัฒนธรรมจึงมักถูกใช้เป็นของขวัญของฝากในยุคนั้น
oo
เมื่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรมเปลี่ยนไป ยาฝรั่งและการรักษาโรคแบบตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย ประกอบกับยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศตามแบบตะวันตก วิถีการดูแลสุขภาพแบบตะวันตกที่ต้องมีผลรองรับทางวิทยาศาสตร์ มีสรรพคุณชัดเจนและจับต้องได้ จึงได้รับยกย่องว่าเป็นสิ่งดีงาม มีคุณค่า และน่าเชื่อถือกว่าองค์ความรู้ดั้งเดิมของคนไทย ทั้งที่สรรพคุณของยาหอมจะเข้าไปปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ยาหอมจึงไม่ได้เป็นแค่การรักษาแต่ยังเป็นวิธีดูแลสุขภาพอย่างอ่อนโยนที่สุด เพราะไม่มีผลข้างเคียง แต่ด้วยอำนาจแฝงของวาทกรรม
oo
ตะวันตกทำให้ยาฝรั่งที่เน้นออกฤทธิ์แรงและได้ผลเร็วเหมาะกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ กลายเป็นสิ่งที่คนเรานึกถึงอันดับต้น ส่วนแพทย์แผนโบราณเป็นเพียงทางเลือกที่ถูกหลงลืมและถูกเมิน ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยทัศนคติของคนรุ่นใหม่ต่อยาหอม ที่ถูกทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่เชย ล้าสมัย และไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ชุดคำอธิบายว่าด้วยความ ผิดปกติของธาตุลมหรือ "โรคเลือดลม 500 จำพวก" เริ่มไม่ได้รับความยอมรับและไม่มีพื้นที่ในวิถีการดูแลสุขภาพของคนไทยรุ่นหลังเฉกเช่นในอดีต เหมือนกับที่คุณค่าและความนิยมของยาหอมไทยก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่มีพื้นที่ทางสังคมและวัฒนธรรมอีกต่อไป เหลือเพียงแต่สำนวนเกี่ยวกับยาหอม ไม่ว่าจะเป็น "โปรยยาหอม" หรือ "ยาหอม" เฉยๆ ที่ยังคงเป็นที่นิยมพูดกันมาอย่างแพร่หลายจนปัจจุบัน
oo
"ก่อนนี้มีลูกค้าเพียงไม่เกิน 20 ราย และแทบจะไม่มีเพิ่ม คนเก่าแก่ที่กินยาหอมโบราณของเราก็คงจะอยู่เห็นหน้าซื้อหากันได้อีกไม่กี่มากน้อยเพราะต่างก็อายุมากแล้ว เราเลยมาคิดว่า ถ้าคนรุ่นนี้หมดไปจะทำยังไง จะปล่อยให้ยาหอมของบรรพบุรุษตายต่อหน้าเราหรือ?" ภาสินี ญาโณทัย สะท้อนภาพปัจจุบันของยาหอมตำรับโบราณที่มีชื่อว่า "หมอหวาน" ในฐานะทายาทรุ่น 4 แม้จะไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ายาหอมแบรนด์ "หมอหวาน" นี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร แต่ภาสินีเชื่อว่ายาหอมตำรับของตระกูลเธอน่าจะมีอายุมากกว่า 100 ปี เพราะหมอหวาน รอดม่วง คุณทวด ผู้เป็นเจ้าของสูตรยาหอมตำรับนี้ เกิดในปี พ.ศ.2411 และเริ่มเป็นแพทย์แผนโบราณ มาตั้งแต่รัชสมัยของรัชกาลที่ 5
oo
ภายใต้อาคารสไตล์ "ชิโน-บริติช" อายุร่วม 85 ปี ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ซ่อนตัวบนถนนบำรุงเมือง ไม่ห่างจากเสาชิงช้า เป็นที่ตั้งของ "บ้านหมอหวาน" ซึ่งเคยถูกใช้เป็นคลินิกรักษาโรคและสถานที่ปรุงยาที่มีชื่อ "บำรุงชาติสาสนายาไทย" โดยเดิมทีบ้านหมอหวานมีตำรับยาหลากหลายขนาน ทั้งยาเด็ก ยาถ่าย ยาแก้ไข้ ยาหอม ยาลม ยากวาดคอ ฯลฯ แต่คงเหลือเพียงยาหอม 4 ตำรับที่ตกทอดมาจนปัจจุบัน
oo
ขวดโหลบรรจุสมุนไพรติดป้ายชื่อตำรับยาหลากหลายวางเรียงรายในตู้กระจกสูงเกือบ จรดเพดานริมผนังสองด้าน กลางบ้านเป็นตู้เก็บอุปกรณ์สำหรับร้านยา เช่น ตาชั่งทองเหลือง โกร่งบดยาอันเล็กๆ จอกกระเบื้องเคลือบวางเป็นชุด เป็นเพียงไม่กี่สิ่งที่ยังเหลือเป็นเค้าลางบ่งบอกว่าที่นี่เคยเป็นคลินิกรักษาโรคและสถานปรุงยาแผนไทยมาก่อน จากที่เคยมีคนไข้มาให้รักษา มาขอซื้อยาไม่ขาดสาย แต่วันนี้มีเพียงเสียงเครื่องบดยาที่ดังสนั่นกลบความเงียบเป็นครั้งคราว กับหญิงชราวัย 79 ปี ที่มักจะนั่งบรรจงพิมพ์เม็ดยาหอมด้วยสองมือและใบหน้าที่สดใส แม้ว่าร่างกายท่อนล่างจะเคลื่อนไหวไม่สะดวกนัก เนื่องจากโรคข้อกระดูกอักเสบและเคยผ่านการผ่าตัดกระดูกสะโพกมาก่อน
oo
"ป้าออระ" เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของหมอหวาน หลายคนอาจคุ้นตากับยาหอมแบบผง แต่ยาหอมหมอหวานเป็นแบบเม็ด ยาหอมเม็ดกลมปิดด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์สุกสดใสเป็นตำรับ "ยาหอมสุรามฤทธิ์" ส่วนยาหอมอีก 3 ตำรับ ได้แก่ "ยาหอมอินทรโอสถ" "ยาหอมประจักร์" และ "ยาหอมสว่างภพ" อยู่ในรูปแบบเม็ดกลมแบนแปะด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์ เพราะสรรพคุณทางยาของทองคำบริสุทธิ์มีรสเย็น จึงช่วยลดไข้และทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่น
ooo
สำหรับนักพิมพ์ยามือฉมังอย่างป้าออระ ทองคำเปลวหนึ่งแผ่นราคาร่วม 5 บาท เธอปิดได้ 2 เม็ด เมื่อยิ่งบวกกับตัวยาหลักที่ใช้ในการปรุงยาหอมทั้ง 4 ตำรับของหมอหวาน หลายตัวเป็นวัตถุดิบหายากและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจที่ยาหอมหมอหวานจะราคาสูงกว่าที่อื่น
oo
๐ "พิมเสนเกล็ด" เป็นน้ำค้างที่แข็งในปล้องไม้ไผ่ผสมเยื่อไม้ ซึ่งมีกลิ่นและสรรพคุณดีกว่าพิมเสนสังเคราะห์ ต้องนำเข้าจากจีน
oo
๐ "ชะมดเช็ด" สารฟิโลโมนที่ขับออกทางผิวหนังของชะมด ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ในประเทศไทยมีคนเลี้ยงน้อยราย จึงมีราคาแพง น้ำหนักสาร 15 กรัม ราคา 2 พันบาท สรรพคุณบำรุงหัวใจและทำให้กลิ่นหอมแรง
oo
๐ "เห็ดนมเสือ" เป็นเห็ดที่เกิด จากน้ำนมเสือโคร่งแม่ลูกอ่อนทำน้ำนมหกตามพื้นดิน แล้วเกิดเป็นเห็ดดอกเล็กสีขาว น้ำนม แข็งเหมือนหิน สรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง และ
oo
๐ "หญ้าฝรั่น" เกสรดอกไม้ ซึ่ง 1 ดอกมีเพียง 3 เส้น ต้องเก็บอย่างเบา มือเพื่อไม่ให้ขาด นำเข้าจากสเปนและแถบ อาหรับ นับเป็นเครื่องเทศที่มีราคาแพงที่สุดในโลก น้ำหนัก 45 กรัมราคาร่วม 1 หมื่นบาท เป็นต้น
oo
การปรุงยาหอมไทยนับเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เพราะยาหอมแต่ละตำรับ จะปรุงจากเครื่องยาตั้งแต่ 10-59 ชนิดรวมกัน โดยตัวยาแต่ละอย่างในตำรับทำหน้าที่แตกต่างกันไป มีทั้งที่เป็นตัวยาหลัก, ตัวยารองซึ่งทำหน้าที่เสริมฤทธิ์หรือลดความเป็นพิษของตัวยาหลัก, ตัวยาคุมป้องกันอาการแทรกซ้อน และยังมีตัวยาช่วยปรุงแต่งสีรสและกลิ่น ผสมผสานกันจนเกิดสรรพคุณที่สมดุลเพื่อรักษาโรคตามที่ต้องการ ยาหอมไทยจึงถือเป็นภูมิปัญญา ล้ำค่าของคนไทย
oo
"แม้ยาหอมและแพทย์แผนไทยจะไม่มีผลรับรองทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ผ่านการทดลองจากมนุษย์มาแล้วหลายชั่วอายุคน ผ่านการพิสูจน์มานับร้อยปี ถือเป็นภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่ของหมอยาโบราณที่คิดสูตรได้ขนาดนี้ แล้วจำเป็นหรือที่เรายังต้องไปแยกส่วนดูอะไรกันอีก"
oo
ทายาททั้งสองรุ่นเห็นตรงกัน จากที่เคยขายมีกำไรพอเลี้ยงตัวได้ แต่กว่า 10 ปีที่ผ่านมา เครื่องยาหลายตัวราคาถีบตัวสูงขึ้น จนต้องแบกภาระขาดทุน ในการขายยาหอมบางตำรับติดต่อกันมานาน ทว่าป้าออระก็ยังคงสืบทอดสูตรและสัดส่วนดั้งเดิมกว่า 100 ปี หลายครั้งเคยคิดจะเลิกผลิต แต่พอแจ้งกับลูกค้าประจำก็กลับถูกขอร้องให้ทำต่อ เธอจึงต้องยอมนำรายได้จากการทำงานประจำในตำแหน่ง เลขานุการคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาจุนเจือภาวะขาดทุนของกิจการครอบครัว
oo
"หลายคนถามว่าคิดดีแล้วหรือที่ออกจากงานมาขายยาหอมที่คนแทบไม่กินกันแล้ว ทำไมไม่ทำเป็นงานอดิเรก แต่คิดว่าการจะฟื้นฟูความนิยมยาหอมไทยมันไม่ง่าย ถ้าเราไม่ทำเต็มที่ อีกไม่นานยาหอม ของเราก็คงค่อยๆ หายไป ก็เหมือนไม่รับผิดชอบต่อบรรพบุรุษ เพราะสิ่งนี้เป็นมรดก ตกทอดจากบรรพบุรุษและเราเป็นทายาท" ทายาทรุ่นเหลนวัย 34 ปีกล่าว ภาสินีเรียนจบทางด้านกฎหมายทั้งปริญญาตรีและโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นก็ทำงานในฝ่ายวางแผนและพัฒนาของเครือเจริญโภคภัณฑ์อยู่ 6 ปี แล้วจึงร่วมทำงานกับ TCDC ในฝ่ายนโยบายและพัฒนา เป็นเวลาร่วม 4 ปี ก่อนจะลาออกจากงานประจำเพื่อมาประคับประคองกิจการร่วมกับป้า โดยเริ่มต้นจากการเพิ่มพูนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสมุนไพรไทยด้วยการลงเรียนเภสัชแผนไทยที่วัดโพธิ์ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับยาหอมและยาแผนไทยให้ลึกซึ้งมากขึ้น
oo
และที่สำคัญคือศึกษาถึงอุปสรรคของยาหอมไทย ในความตอนหนึ่งจากงานวิจัยเรื่อง "วัฒนธรรมการใช้ยาหอมในสังคมไทย" ระบุว่า... การเสื่อมถอยลงของความนิยมใช้ยาหอม ไม่ได้เป็นเพราะยาหอมคุณภาพแย่ลง หรือไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยอีกต่อไป แต่เป็นเพราะยาหอมเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรมที่ไม่สอดคล้องกับวิธีคิดของคนยุคนี้และสภาพของสังคมปัจจุบัน ยาหอมจึงไม่มีพื้นที่ทางสังคมที่จะดำรงอยู่ดังเช่นในอดีต... สำหรับภาสินี เธอเชื่อว่า การจะทำให้ยาหอมกลับมาสู่ความนิยมอีกครั้ง คงไม่มีทางไหนอีกแล้วนอกจากการมองยาหอมในเชิงผลผลิตทางวัฒนธรรม เพราะการพยายาม ทำให้ยาหอมบรรลุเป้าหมายตามแนวทางของยาแผนปัจจุบัน ท้ายสุดยาหอมก็ไม่เหลือจิตวิญญาณของยาแผนโบราณ หรือบางทีอาจไม่เหลือกระทั่งความเป็นยาแผนไทย
oo
"สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือปรับความเข้าใจและทัศนคติของคนรุ่นใหม่ว่า ยาหอมไม่ได้ เป็นยาสำหรับคนแก่ แต่เป็นผลผลิตทางวัฒนธรรมที่มีความเป็นมาและมีคุณค่า นอกจากสรรพคุณของยาหอม เรายังต้องเล่าว่าตัวยาที่ใช้ในการปรุงแต่ละตัวพิเศษยังไง เล่าแม้แต่บริบทรอบตัว เพื่อสร้างความเข้าใจ และความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย อันจะเป็นทางรอดอย่างยั่งยืนของยาหอมและยาแผนโบราณ"
ooo
ถุงผ้าใบน้อยปักชื่อหมอหวาน ภายในมีขวดแก้วขนาดเล็กคล้ายโหลยาไทย โบราณย่อส่วนกลายเป็นบรรจุภัณฑ์เก๋ไก๋ ภายในบรรจุยาหอมสุรามฤทธิ์ราคาเม็ดละ 30 บาท แม้จะแพงแต่ก็เป็นตัวท็อป ขณะที่อีก 3 ตำรับ สนนราคาตั้งแต่เม็ดละ 5-7 บาท บุ๊กเล็ตเล่มจิ๋วบอกวิธีใช้โดยมีลายมือของหมอหวานเป็นฟอนต์ และใช้เทคนิคตะกั่วเรียงพิมพ์ เป็นเสน่ห์ความโบราณที่เพิ่มมูลค่าให้กับยาหอม อีกแพ็กเกจเป็นกล่องดัดแปลงจากกล่องเครื่องประดับจารึก คำขอบคุณมาให้หมอหวานจากพระองค์เจ้าพิจิตรจิราภา ธิดาในสมเด็จกรมพระยา เทววงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศคนแรกของสยาม 1 กล่อง มี 4 ขวด เซตละ 750 บาท ไว้สำหรับเป็นของขวัญของฝากในวาระพิเศษ ดีไซน์แพ็กเกจจากเครื่องใช้โบราณที่มีอยู่ภายในบ้าน เป็นอีกหนึ่งความสร้างสรรค์ในการพัฒนาแบรนด์หมอหวานให้มีเรื่องราว ผ่านการหยิบใช้สิ่งที่มีอยู่มาช่วยเพิ่มความคลาสสิกให้กับยาโบราณ พร้อมกับฟื้นคืนคุณค่าของยาหอมในฐานะของขวัญของฝากเฉกเช่นในอดีต ให้กลับมาอีกครั้ง
ooo
ในอนาคต ภาสินียังอาจจะนำบ้านเก่าหลังนี้มาช่วยเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรม ให้กับยาหอมเพิ่มขึ้น ผ่านการเปิดบ้านให้ชมสาธิตการปรุงยาหอมตำรับหมอหวาน และเปิดมุมนั่งจิบยาหอมพร้อมสอนวิธีดื่มยาหอมด้วยความละเมียดละไม ซึ่งกิจกรรม สร้างประสบการณ์อันดีในการใช้ยาหอมเป็นอีกวิธีในการเพิ่มมูลค่าที่เธอได้สั่งสมแนวคิดมาจากการทำงานที่ TCDC "ผู้ผลิตยาหอมบางรายทำเป็นผงใส่ขวดกั๊กแล้วขายแบกะดิน ทำให้คนรู้สึกว่ากินแล้วจะเป็นอะไรไหม เราก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เพราะจริงๆ ยาหอมมีคุณค่าและมีสรรพคุณที่ดี เราเลยอยากทำให้คนรู้สึกว่ายาหอมช่างแสนจะมีค่า ทุกรายละเอียดมีเรื่องเล่าหมด ก็ทำให้คนอยากซื้อ จะซื้อไปเก็บหรือไปกินก็แล้วแต่"
oo
ภาสินีเล่าถึงแนวคิดการฟื้นคืนและส่งต่อคุณค่ายาหอมไทย ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากภาสินีเข้ามาดูแลยาหอมหมอหวานเต็มตัว เธอสามารถสร้างลูกค้าประจำวัยหนุ่มสาวเพิ่มมาได้เกือบ 10 คน ไม่เพียงปัญหาด้านทัศนคติที่เป็นปัญหาหนัก ยังมีอุปสรรคสำคัญอีก 2 ประการที่ทำให้ความตั้งใจสืบทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไม่ง่าย นั่นคือ วัตถุดิบหายากขึ้นและมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยแนวทางใช้คือการรวมตัวกับสมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร และการต่อรองทำ contract farming กับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องยา ปัญหาใหญ่อีกด้านคือ กฎหมายและมาตรฐานกำกับดูแลการผลิตที่เข้มงวด โดยเฉพาะการปรับปรุงสถานที่ปรุงยาแผนโบราณให้เป็นไปตาม GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งสำหรับผู้ผลิตรายย่อยย่อมเป็นต้นทุนสูงทีเดียว
ooo
หรือการขอ อ.ย. (ใบอนุญาต อาหารและยา) ค่อนข้างซับซ้อนในแง่ระเบียบเรื่องการระบุสรรพคุณ รวมทั้งระเบียบกฎเกณฑ์ที่ออกมาอีกจำนวนมากซึ่งล้วนเป็นข้อจำกัดในการผลิตของรายย่อย จึงทำให้คนรุ่นหลังถอดใจไม่สืบสานมรดกภูมิปัญญาของครอบครัวต่อไป "ระเบียบกฎเกณฑ์ที่จะออกมากำกับดูแลยาหอมหรือยาแผนโบราณ นอกจากต้องปิดช่องไม่ให้มีการหลอกลวงผู้บริโภคได้แล้ว ขณะเดียวกันก็ควรเอื้อประโยชน์ต่อการดำรงอยู่ของรูปแบบยาหอมดั้งเดิมที่หลากหลาย ไม่ใช่มุ่งขจัดความหลากหลายออกไปให้เหลือเพียงมาตรฐานเดียว" ภาสินีฝากภาครัฐ สำหรับความฝันอันสูงสุดของภาสินี เธอหวังเพียงว่า ยาหอมหมอหวานจะมีส่วนทำให้ยอดขายโดยรวมของยาหอมเพิ่มขึ้น เพียงเพราะคนในสังคมเริ่มรู้จัก เห็นคุณค่า ยอมรับ และรู้สึกดีต่อยาหอมไทยมากขึ้น จนในที่สุดยาหอมกลับเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ทุกบ้านมีติดบ้าน ทุกคนทุกเพศทุกวัยต้องมีพกติดตัวเอาไว้ สมกับที่ยาหอมเป็นมรดกอันทรงคุณค่าและอยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.gotomanager.com โดย สุภัทธา สุขชู
huahinhub Thanks
o

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๑๒๔ (ทำเงิน ออนไลน์)


ช่องทางทำเงิน ผ่านโลกออนไลน์

เมื่อเร็วๆ นี้ อีเบย์ เว็บไซต์ทำธุรกิจออนไลน์ชั้นนำของโลก ประเมินไว้ว่าในปี 2553 สัดส่วนซื้อสินค้าออนไลน์ทั่วโลกตอนนี้เทียบกับอดีต ขยายตัวถึง 50% ซึ่งเป็นการขยายตัวเร็วพอๆ กับการซื้อขายปกติระหว่างประเทศ
oo
ด้านผู้เชี่ยวชาญตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย เห็นสอดคล้องว่ายอดซื้อขายออนไลน์ในไทยปัจจุบันโตสวนทางเศรษฐกิจที่ยังซบเซา ขณะที่กลางเดือนพ.ค.ปีนี้ มีข่าวกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เซ็นสัญญาความเข้าใจร่วมมือกับ
อีเบย์ ในกรอบเวลา 1 ปี จัดโครงการ “กรมส่งเสริมการส่งออก เพิ่มศักยภาพธุรกิจไทย ด้านการตลาดออนไลน์กับอีเบย์” เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยนำสินค้าขายบนอีเบย์ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมวางสินค้า 100 รายการแรก
oo
ข้อมูลข้างต้น ล้วนสอดรับกับผลสำรวจกว่า 1 ปีที่ผ่านของมาสเตอร์การ์ด เวิลด์ไวด์เรื่อง "ความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต" (Visions of the Future : Perspectives of the Young Elite of Thailand) ด้วยการเจาะถามกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 2 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลสำรวจที่ได้พบกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 32% อยากมี
ธุรกิจเป็นของตัวเอง รองลงมา 17% ต้องการร่วมงานกับบริษัทต่างชาติหรือบริษัทข้ามชาติ และมีเพียง 2% เท่านั้นต้องการทำงานกับรัฐวิสาหกิจ
oo
การสำรวจของมาสเตอร์การ์ดข้างต้น ยังสามารถปรับใช้ในช่วงปีวัวที่ไม่คึกคักปีนี้ เพราะสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่มีการศึกษาของไทย ต้องการริเริ่ม
ธุรกิจเป็นของตัวเอง หรืออยากเป็นเจ้าของธุรกิจมากที่สุด ขณะเดียวกันวิกฤติโลกที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด ยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับการค้าปกติระหว่างประเทศ ทำให้เทรดออนไลน์เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถช่วยผู้ประกอบการคนไทยทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีธุรกิจขนาดกลางถึงเล็กอยู่แล้ว ได้ใช้ประโยชน์ออนไลน์เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้มากขึ้น เป็นการสร้างความได้เปรียบที่ไม่ควรพลาด
oo
ดังนั้น ข้อมูลจากเรื่อง "ทำตลาดออนไลน์ให้
ธุรกิจตนเอง" ของ ซูซาน จี.โฮเซอร์ จาก ออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง และ "เคล็ดลับทำตลาดอินเทอร์เน็ต" ของ ไมเคิล เฟลชเนอร์ จาก มาร์เก็ตสคูป ดอท คอม น่าจะมีประโยชน์ช่วยคนรุ่นใหม่และเจ้าของเอสเอ็มอีคนไทยทั้งในและต่างประเทศ เก็บข้อมูลเตรียมความพร้อม ที่จะสร้างฐานธุรกิจของตัวเอง สามารถทำเงินร่ำรวยได้ก่อนวัยเกษียณ โดยอันดับแรกขอนำเสนอมุมมองผู้เชี่ยวชาญจากการรวบรวมของโฮเมอร์ก่อน เพื่อให้เว็บไซต์ที่ทำขึ้นมาเป็นที่สังเกตและสะดวกกับการชอปปิ้งออนไลน์ เพื่อให้เจ้าของกิจการและเว็บไซต์ได้ยอดขายเพิ่ม
o
@ "ครีเอททำเว็บอย่างง่ายให้ดี"
เป็นหนทางแรกที่โฮเซอร์แนะให้คนไทยรุ่นใหม่อยากทำ
เอสเอ็มอี และต้องการใช้ประโยชน์จากเทรดออนไลน์ให้มากที่สุด ต้องสร้างสรรค์เว็บไซต์ของตัวเอง ที่สามารถอธิบายสินค้าหรือบริการ ด้วยการสรุปให้เห็นด้วยภาพ ซึ่งหากเห็นแล้วต้องได้รับความนิยมเป็นที่ประทับใจ และเว็บไซต์ต้องสามารถสนองตอบความต้องการของลูกค้าผู้มีกำลังซื้อได้ "เมื่อผู้ชอบการท่องอินเทอร์เน็ต คลิกเข้าไปดูเว็บไซต์ของคุณ เว็บไซต์ของคุณมีเวลา 5-8 วินาที ที่จะทำให้นักท่องเน็ตเหล่านี้ตระหนักว่า คุณสามารถช่วยพวกเขาได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่เจ้าของเอสเอ็มอีแก้ปัญหาต่างๆ ของนักท่องเว็บผ่านโฮมเพจของตนเองได้ แต่เป็นการแก้ที่เข้าถึงประเด็น และกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่ต้องการออกไป" ลาร์รีย์ ไบลิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SingleThrow Internet Marketing ให้ข้อมูลผ่านโฮเซอร์
o
ทั้งนี้ เทคนิคทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าของ
เอสเอ็มอี ที่จะต้องหาหนทางดีที่สุด ที่จะอธิบายผลิตภัณฑ์และบริการของตัวเอง ให้กับลูกค้าที่มีศักยภาพและกำลังซื้อ และสามารถผันลูกค้ากลุ่มนี้ให้เป็นยอดขายที่ทำได้ด้วยคุณภาพ ไบลินย้ำให้เจ้าของเอสเอ็มคิดถึงการเชื่อมโยงสิ่งที่กำลังจะทำ ทำทุกอย่างให้นักช้อปเน็ตรู้สึกชัดเจน เพราะจะช่วยให้ธุรกิจอยู่ในใจของพวกเขาตลอดเวลา
oo
@ "ลองหันมาทำบล็อก"
บล็อก B-L-O-G หมายถึงการสร้างเว็บไซต์ให้ผู้คนทั่วไป มีส่วนร่วมสามารถโต้ตอบ แสดงความคิดเห็นกันได้อย่างเสรี เป็นการสร้างชุมชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์กันได้ทางอินเทอร์เน็ต วิลเลียม บอยท์เลอร์ นักวิเคราะห์ออนไลน์อาวุโสของ New Media Strategies ซึ่งเป็นบริษัททำการตลาดแบบเว็บ 2.0 หรือการสร้างเว็บไซต์ที่ชุมชนสามารถตอบโต้กันได้ ให้ความเห็นว่าผู้ประกอบการ
เอสเอ็มอีที่สร้างบล็อกขึ้นมาแล้ว สามารถเข้าถึงนักท่องเว็บรายใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา ด้วยการเขียนข้อความโต้ตอบเป็นบทสนทนาได้ และแสดงให้เห็นบุคลิกเนื้อในของธุรกิจได้
o
บอยท์เลอร์ ย้ำว่า ผู้ประกอบการต้องทำให้
ธุรกิจน่าสนใจในสายตาคนทั่วไป ด้วยการเขียนและรับฟังความเห็นโต้ตอบกับผู้เข้ามาเยี่ยมบล็อก และความน่าสนใจนี้ช่วยให้สะดุดตา จนอยากเข้าไปในโลกที่พวกเขาไม่รู้จัก “ผมเชื่อว่าธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น จะได้ประโยชน์มหาศาลจากการทำบล็อก เพราะผู้ประกอบการยังเข้าไม่ถึงอีกมากมายในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เติบโตอยู่แล้วและกำลังเติบโต ผู้ประกอบการล้วนมีศักยภาพที่จะทำตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ ด้วยการเป็นคนแรกๆที่เขียนสิ่งน่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจตัวเองรู้และชำนาญ” บอยท์เลอร์แนะนำ
oo
@ “พยายามทำพอดแคสติ้ง”
พอดแคสติ้ง เป็นเทคโนโลยีค่อนข้างง่าย นำมาใช้กันได้จริงจัง และเป็นเทคโนโลยีที่ติดอันดับบริษัทยอดเยี่ยม 500 อันดับแรกของฟอร์จูน นิตยสารเศรษฐกิจชั้นนำของสหรัฐ โฮเซอร์ แนะนำเจ้าของ
ธุรกิจเอสเอ็มอีว่า โดยเนื้อแท้และเหนืออื่นใดสิ่งที่จำเป็นต้องมีเพื่อเริ่มการทำพอดแคสติ้ง คือไมโครโฟนคุณภาพดีพอใช้สักตัวหนึ่ง เครื่องบันทึกเสียงระบบดิจิทัล และซอฟต์แวร์ตัดต่อ การทำพอดแคสติ้งนั้น เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถกำหนดรูปแบบที่สะท้อนให้เห็นคุณภาพกับความสามารถของตัวผู้ประกอบการได้มากที่สุด และดึงดูดใจผู้เยี่ยมชมเว็บ สร้างความสามารถแข่งขันสู้กับคู่แข่งเอสเอ็มอีรายอื่นๆ ได้
oo
“พอดแคสติ้งยังคงเป็นเอกลักษณ์ช่วยให้เจ้าของ
ธุรกิจนั้น มีความโดดเด่น ช่วยเจ้าของธุรกิจสร้างความรู้สึกที่หลากหลายให้เกิดในใจผู้เยี่ยมเว็บ เป็นการสื่อด้วยภาพและเสียง แทนการใช้ประโยคผ่านกระดาษ ซึ่งพอดแคสติ้งทำให้ง่ายขึ้น ที่จะเชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมายเข้ากับผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ” จอห์น แจนช์ ผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์สหรัฐอธิบาย แจนช์ยังให้เคล็ดลับในการเพิ่มเสน่ห์แก่พอดแคสติ้งด้วยว่า การดึงดูดใจให้ผู้บริโภคเข้าถึงพอดแคสติ้ง อาจเชื้อเชิญหุ้นส่วนการลงทุนเข้ามาร่วมในการนำเสนอเนื้อหาด้วย และน่าสนใจหากดึงผู้เชี่ยวชาญ นักเขียนและนักวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ มาร่วมนำเสนอสิ่งต่างๆ ในการทำพอดแคสติ้งด้วย
oo
@ “สบายใจกับการใช้ยูทูบ”
ยูทูบไม่เพียงแต่เป็นมีเดียคลิปส์ชั้นเยี่ยม เพราะ ไมเคิล มิลเลอร์ เจ้าของงานเขียน YouTube 4 U กล่าวในหนังสือของเขา โดยยกตัวอย่าง
ธุรกิจทำเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งแสดงวีดิโอวิธีการปั้นหม้อบนแท่นหมุนอยู่ว่า สิ่งที่เจ้าของเอสเอ็มอีต้องการโพสต์ เป็นสิ่งที่ผู้คนในยูทูบจะพบว่าน่าสนใจและมีประโยชน์ที่จะดู “ด้วยการนำเสนอผ่านยูทูบ จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงประตูสู่ธุรกิจของคุณ และจากจุดนี้จะช่วยให้เจ้าของเอสเอ็มอีดึงกลุ่มเป้าหมาย ให้เข้าถึงเว็บไซต์ตัวเองได้” มิลเลอร์อธิบาย นอกจากข้อมูลทำตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจตนเองของโฮเซอร์แล้ว ตอนนี้มาดูข้อมูลของเฟลชเนอร์จากมาร์เก็ตสคูป ดอท คอมกันบ้าง คัดเลือกมาบางส่วนที่สำคัญดังนี้
o
@ เว็บไซต์ ไดเรคทอรี่ ลิสติ้ง
หัวข้อนี้หมายถึงการทำแคมเปญการตลาดออนไลน์ ให้แน่ใจก่อนว่าเว็บไซต์ที่จะโปรโมทสินค้านั้นติดอยู่ในลิสต์รายการค้นหาบนเว็บที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง DMOZ, Yahoo และ Google คำเตือนนี้เพื่อให้มั่นได้ว่า กลุ่มเป้าหมายจะยังสามารถเข้าถึงหน้าเว็บการตลาดที่คุณทำไว้ แม้จะผ่านช่วงเวลาเปิดตัวแคมเปญไปแล้วก็ตาม
o
@ สร้างความคึกคักให้เว็บ
เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้ลงทุนย่อมต้องการได้ผลตอบแทนกลับมา สำหรับผู้ทำการตลาดออนไลน์ สิ่งจำเป็นที่จะขาดไม่ได้คือ การสร้างความคึกคักให้กับเว็บการตลาดของคุณเอง ซึ่งปัจจุบันมีหลายวิธีให้เลือกใช้ โดยที่นิยมกันมากที่สุดคือ การไปดึงเครื่องมือการตลาดอย่าง Google AdSense, Overture หรือ Looksmart มาแปะไว้บนเว็บไซต์ ซึ่งนอกจากจะถึงผู้ชมเข้าเว็บไซต์ได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มรายได้ให้เจ้าของเว็บไซต์ด้วย หากมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บคุณ
o
@ ข้อเสนอโดนใจ
การทำตลาดออนไลน์จริงแล้ว ไม่ต่างจากการทำการตลาดตามช่องทางปกติมากนัก โดยเคล็ดลับข้อหนึ่งที่จะลืมไม่ได้ก็คือ คุณต้องแน่ใจว่าสิ่งที่นำเสนอบนเว็บนั้นยังไม่เคยมีใครนำเสนอ เพราะหากคุณเสนอสิ่งที่เหมือนกับคู่แข่ง หรือนำเสนอสิ่งที่ไม่น่าสนใจ ลูกค้าก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องสนใจเว็บไซต์หน้าอื่นๆ ของคุณ
0
@พัฒนาความน่าเชื่อถือ
ก่อนที่ใครๆ จะสนใจซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของคุณ จำเป็นที่เว็บไซต์ของคุณต้องได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือ เพราะหมายถึงลูกค้าซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไปสามารถซื้อสินค้าจากคุณ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเกี่ยวกับข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลอื่นๆ ที่สำคัญ
วิธีหนึ่งที่จะพัฒนาและสร้างความน่าเชื่อถือ ให้เป็นที่ยอมรับก็คือการซื้อและแสดงไอคอนที่ได้รับการการันตี อย่าง BBB Online, Trust-e, และVerisignให้ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ เพราะไอคอนเหล่านี้สั่งสมความน่าเชื่อถือ เป็นเหมือนเครื่องหมายรับประกันคุณภาพว่าการทำธุรกรรมกับเว็บไซต์นี้ปลอดภัย
oo
@การันตีสินค้า 100%
เป็นคำแนะนำสุดท้ายของเฟลชเนอร์ เพราะไม่มีอะไรทำให้ผู้บริโภคสบายใจกับดีลซื้อขายไปมากกว่าการรับประกันสินค้าและบริการ ซึ่งอาจจะเป็นการรับประกันความพึงพอใจ 100% หรือยินดีคืนเงิน ขอให้นึกไว้เสมอว่า การรับประกันเป็นหนทางดีที่สุดช่วยลดความเสี่ยงการซื้อสินค้าให้กับผู้บริโภค หากคู่แข่งของคุณเสนอเงื่อนไขให้การรับประกันไว้อย่างไร คุณต้องทำให้เท่าเทียมกับเขาหรือต้องดีกว่า
o
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ โดย : อุไรวรรณ ภู่วิจิตรสุทิน
huahinhub Thanks
o

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๑๒๓ (Freeconomics)


6 ก.ค.รอพบทฤษฎี Freeconomics

คริส แอนเดอร์สัน บรรณาธิการบริหาร Wired นิตยสารเทคโนโลยีที่คนไอทีอ่านกันค่อนโลก ประกาศชัดว่า "ของฟรีคืออนาคตของธุรกิจ"
o
เขาคนนี้แหละเป็นคนสร้างวลี "The Longtail" ขึ้นมาจากหนังสือสะท้อนภาพ
ธุรกิจยุคดิจิทัลอันลือลั่น The Long Tail: Why the Future of Business Is Selling Less of More ตีพิมพ์เมื่อปี 2549
o
วันที่ 6 ก.ค. หนังสือเล่มใหม่ของเขาชื่อว่า Free รูปแบบโมเดล
ธุรกิจยุคใหม่อีกเช่นกันจะเริ่มวางแผง
o
ใช่แล้ว ฟรี ฟรี ฟรี และเขาตั้งใจแจกฟรีด้วยในรูปแบบของดาวน์โหลดไฟล์ เพียงแต่ด้วยสัญญากับทางสำนักพิมพ์ Hyperion เนื้อหาบางส่วนที่เป็นรายละเอียดจะถูกตัดทอนลงไป ถึงยังหาดาวน์โหลด Free มาอ่านไม่ได้ แต่แอนเดอร์สันเกริ่นทฤษฎี Freeconomics ไว้บ้างแล้วในบทความชื่อ Free! Why $0.00 is the Future of Bussiness
o
โมเดลเศรษฐศาสตร์ของ
ฟรีไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ต้องรอ Free วางแผงหนังสือ เราก็เห็นโมเดลทำธุรกิจแจกฟรีในรูปแบบของการส่งเสริมการตลาดที่ใช้กันมาหลายทศวรรษแล้ว เพียงแต่ในยุคดิจิทัล และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้บริโภคสามารถได้รับบริการข้อมูล และผลิตภัณฑ์ฟรี "อย่างไม่มีเงื่อนไข" ไม่ใช่แค่ "ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง" หรือ " ซื้อเสื้อตัวแรก ตัวที่สองลด 50%"
o
แอนเดอร์สันเล่าถึงโมเดล
ธุรกิจแจกฟรีโดยกล่าวพาดความถึงคุณคิง ยิลเล็ตต์ คนเดียวกับที่ให้กำเนิดใบมีดยิลเล็ตต์เมื่อกว่าร้อยกว่าปีก่อน นายยิลเล็ตต์คนนี้มีความคิดแปลกแหวกสมัย (นั้น) อยู่ว่า อุตสาหกรรมอะไรก็ตามควรมีเพียงรายเดียว โดยมีสาธารณชนเป็นเจ้าของ และคนอเมริกันนับล้านควรอยู่ในเมืองใหญ่ที่ใช้น้ำตกไนแองการ่าปั่นกระแสไฟฟ้า
o
ระหว่างโกนหนวดด้วย
มีดโกนแบบด้ามยาว ที่ทื่อจนเถืออะไรแทบจะไม่ได้อยู่แล้ว เขาเกิดความคิดว่าทำไมไม่ทำใบมีดโกนให้มันบางกว่านี้ แทนที่จะมัวเสียเวลาคอยลับใบมีดอยู่ ทำไมไม่ทำใบมีดโกนที่ทิ้งไปอย่างไม่เสียดายหลังใช้จนทื่อ หลังจากลองทำอยู่หลายปี ในที่สุดใบมีดโกนใช้แล้วทิ้งก็ถือกำเนิด และเริ่มจำหน่ายในปี 1903 ยิลเล็ตต์ขายมีดโกนได้ 51 อัน และจำหน่ายใบมีดได้ 168 ใบ เรียกว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ชายในอเมริกา
o
ยิลเล็ตต์คิด "กิมมิก" การตลาดออกมามากมายหลังจากเริ่ม
ธุรกิจมีดโกนใช้แล้วทิ้ง มีตั้งแต่เอารูปหน้าตัวเองหนวดงามโชว์หราหน้ากล่อง ไปจนถึงยอมขายให้กับกองทัพสหรัฐราคาถูกสุดๆ โดยหวังว่าทหารที่ออกรบจะพกนิสัยโกนหนวดกลับมาโกนหน้าเกลี้ยงเกลาเมื่อปลดประจำการ และขายยกโหลให้กับธนาคารไว้แจกเวลาลูกค้ามาฝากเงิน
o
ตัว
มีดโกนยังเอาไปพ่วงกับสินค้าอื่นมากมายตั้งแต่หมากฝรั่งไปจนถึงกาแฟ ชา และมาร์ชแมลโลว์ กลยุทธ์ของแถมช่วยให้สินค้าพวกนั้นขายดีขึ้น แต่ยิลเล็ตต์เองกอบโกยได้มากกว่า ด้วยกลยุทธ์แจกด้ามมีดโกนซึ่งตัวมันเองแทบจะไม่มีราคาค่างวดอะไรเลยกลับทำให้เกิดความต้องการซื้อใบมีดใช้แล้วทิ้งเพิ่มขึ้น ยิลเล็ตต์ยังคงใช้กลยุทธ์ดังกล่าวอยู่จนทุกวันนี้
o
ตำรา
ธุรกิจแบบ cross-sucsidy ของยิลเล็ตต์ถูกนำไปลอกใช้กันเกร่อ เรียกว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่ใช้ได้ทุกยุคสมัย เป็นภาษาพระก็เรียกว่า อกาลิโก ไม่นานมานี้ ฮิวเล็ตต์ แพคการ์ด ประเทศไทยประกาศแจกเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ฟรี แต่พ่วงเงื่อนไขต้องจ่ายค่าหมึกเดือนละ 2,340 บาทต่อเดือนนาน 1ปี หมายความว่าครบหนึ่งปีลูกค้าต้องจ่ายเงิน 28,080 บาท ถือว่าแพงเอาเรื่องสำหรับคนที่ใช้หมึกเดือนหนึ่งไม่ถึง 2 ตลับ กลยุทธ์เดียวกัน แอ๊ปเปิ้ลเคยใช้ผูกขายไอโฟนกับรับบริการสองปีกับค่ายเอทีแอนด์ทีมาแล้ว
o
สิ่งที่แอนเดอร์สันต้องการนำเสนอคือ โมเดล
ธุรกิจแจกฟรีกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ และไม่ใช่ประเภทของแถมแจกพ่วงแบบ cross-subsidy (ผลักภาระต้นทุนของสินค้าหนึ่งไปยังอีกสินค้าหนึ่ง) แต่เปิดให้ใช้กันฟรีไม่มีเงื่อนไข Yahoo และGmail เพิ่มพื้นที่เมลบ็อกซ์ให้ผู้ใช้มหาศาล ชนิดที่ไม่ต้องพกทรัมป์ไดร์ฟติดตัวเลยยังไหว แอนเดอร์สันมองว่าธุรกิจบนเว็บเป็นเรื่องของ "ขนาด" ล้วนๆ ยิ่งดึงคนเข้ามาใช้บริการมากที่สุดเท่าไร ต้นทุนยิ่งกระจายออกไปยังผู้ใช้มากขึ้น และยิ่งทำให้เทคโนโลยีทำงานได้เต็มความสามารถมากขึ้น ทำให้ต้นทุนลดลง "เกือบเป็นศูนย์"
o
แอนเดอร์สันบอกว่ามีสองแนวโน้มสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้โมเดล
ธุรกิจแจกฟรีขยายตัวไปทั่วระบบ
แนวโน้มแรกคือ เทคโนโลยีช่วยให้
ธุรกิจสามารถกำหนดตลาดของตัวเองได้ยืดหยุ่นมากขึ้น และเปิดทางอิสระให้พวกเขาสามารถแจกสินค้าและบริการให้กับลูกค้ากลุ่มหนึ่ง แต่หารายได้จากการขายสินค้าให้ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง
o
แนวโน้มที่สองคือ เมื่อ
ธุรกิจกระโดดเข้าสู่เครือข่ายดิจิทัลพวกเขาจะรู้ว่าต้นทุนธุรกิจลดลงมากแค่ไหน ยกตัวอย่าง Google พลิกโฉมธุรกิจโฆษณาจากเดิมที่ต้องจ้างพนักงานหาโฆษณา (ต้นทุนสูง) มาเป็นซอฟต์แวร์โฆษณาสำเร็จรูป (ต้นทุนต่ำ) แอนเดอร์สันยืนยันว่า ธุรกิจหลายประเภทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้ด้วยซอฟต์แวร์ออนไลน์ ธนาคารหลายแห่งเริ่มให้บริการทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โมเดลธุรกิจแจกฟรีมันไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำธุรกิจฟรีแล้วมันจะทำเงินมหาศาลไม่ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ เว็บไซต์หางานออนไลน์สามารถเปิดรับผู้สมัครงานได้นับแสน เช่นเดียวกัน บริษัทและร้านค้านับหมื่นสามารถลงโฆษณาจัดหางานได้ไม่อั้น เขียนแบบฟอร์มออนไลน์กันตรงนั้น เรียกมาสัมภาษณ์งานกันทางอีเมล์ภายในวันเดียว
o
แอนเดอร์สันบอกว่า การหารายได้จาก
ธุรกิจออนไลน์ต้องมองตลาดกว้างกว่าแบบเดิมที่มองแค่ "ผู้ซื้อพบผู้ขาย" แต่ให้มองเป็น "ระบบนิเวศ" ที่มีอยู่หลายฝ่าย และหารายได้จากฝ่ายที่สาม โมเดลฟรีประเภทให้ "ฝ่ายที่สามเป็นคนจ่าย" ไม่ใหม่ ทุกวันนี้เราดูทีวีฟรี ฟังวิทยุฟรี รวมไปถึงธุรกิจหนังสือพิมพ์ที่ขายให้กับคนอ่านในราคาที่ถูกกว่าต้นทุนกระดาษ การผลิต และจัดจำหน่าย ธุรกิจสื่อพวกนี้ไม่ได้ขายแค่เนื้อหา แต่ขายโฆษณาให้กับคนดู คนฟัง และคนอ่าน นี่คือตลาดสามทางที่เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
o
ต่างกันที่ เว็บไซต์ทำให้
ธุรกิจสื่อสามารถขยายตัวไปสู่อุตสาหกรรมทุกประเภท มีรูปแบบธุรกิจนับสิบที่ธุรกิจสื่อสามารถทำเงินได้จากบริการ "ข้อมูลฟรี" เป็นไปได้ตั้งแต่ขายข้อมูลลูกค้า บริการสมาชิก "มูลค่าเพิ่ม" รวมไปถึงการหารายได้จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซโดยตรง
o
คุณอาจไม่ทันนึกก็ได้ว่า เวลาสมัครใช้อีเมล์ Yahoo, Gmail, Hotmail หรือพวกโปรแกรมสนทนา Skype, MSN, Twitter หรือแม้แต่ Nok Nok รวมไปถึงเว็บเครือข่ายสังคมอย่าง MySpace, Hi 5, ฯลฯ ข้อมูลที่คุณกรอกลงไปไม่กี่ช่อง ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ อาชีพ และประเทศ คุณกำลังให้ข้อมูล
ฟรีกับเว็บไซต์ เพื่อให้พวกเขามีรายได้ เว็บไซต์จึงให้บริการฟรีแก่คุณได้ไงล่ะ
อืมม์.......จริงสิ
o
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ โดย : สมสกุล เผ่าจินดามุข
huhinhub Thanks
o