6.03.2552

| กระตุ้นความคิด ด้วยไอเดีย ๘๙ (ในโลกแห่งหนังสือ)


โลกใหม่ในหนังสือ
ฝันเป็นจริงของคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันจะทำงานหนังสือ คุยกับกมลทิพย์ สิทธิกรโอฬารกุล ถึงภารกิจใหญ่ ในสำนักพิมพ์เล็กๆ
hhhh
ถามคนที่ชอบอ่านหนังสือ ส่วนใหญ่ก็มักจะอยากทำงาน เกี่ยวกับหนังสือด้วยเช่นกัน บางคนได้อยู่เกือบปลายทางด้วยการเปิดร้านขายหนังสือ
hhhh
บางคนก็ขยับไปใกล้ถึงต้นทางคือทำหนังสือเสียเลย และมีคนรักหนังสือคนหนึ่งได้เริ่มต้นงานแรกในชีวิตด้วยการเป็น 'บรรณาธิการสำนักพิมพ์'
hhhhh
"เพื่อนเห็นว่าชอบอ่านหนังสือและอยากทำงานเกี่ยวกับหนังสือ จึงส่งลิงค์ประกาศรับสมัครงานตำแหน่งบรรณาธิการของสำนักพิมพ์หนึ่งมาให้ดู"
กมลทิพย์ สิทธิกรโอฬารกุล หรือ แอล ตามไปสมัครตามนั้นหลังจากเรียนจบ จากสาขาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลการสมัครครั้งนั้นทำให้มีบรรณาธิการสำนักพิมพ์อายุ 24 ปี คนหนึ่ง
hhhhh
แอล ชอบอ่านหนังสือ อ่านหลายแนวทาง ทั้งด้วยสาขาวิชาที่เรียนและเป็นความชอบส่วนตัว เป็นเหตุให้มีความสนใจที่จะทำงานด้านหนังสือ ตำแหน่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ในใจก่อนออกหางานว่าน่าจะได้เริ่มงานอย่างงานในตำแหน่ง พิสูจน์อักษร เพราะแม้จะไม่ได้เรียนมาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการทำหนังสือ แต่มีความมั่นใจเรื่องภาษาไทยหรือการใช้ภาษา ซึ่งซึมซับมาจากการอ่านหนังสือ
hhhh
"อยากจะทำงานหนังสือ มันเป็นสื่อหนึ่ง ที่คนทุกวัยตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ต้องมีโอกาสสัมผัสมันอย่างน้อยๆ ในชีวิตหนึ่ง แต่ละคนน่าจะได้อ่านหนังสือเกินหนึ่งเล่ม เรารู้สึกว่าหนังสือเป็นสื่อหนึ่งที่มีผลต่อคน อยากให้คนได้รับสิ่งดีๆ จากมันด้วย" แอล บอกถึงเหตุผลที่อยากทำงานเกี่ยวกับหนังสือ และเป็นเหตุผลที่ตอบเจ้าของสำนักพิมพ์ (ชูชาติ เมสันธสุวรรณ) ไปด้วยถึงเหตุผลที่มาสมัครงาน
hhhhh
มีสำนักพิมพ์มากมายอยู่บนโลกหนังสือทุกวันนี้ แต่ที่สะดุดใจคนรักหนังสืออย่างแอล คือ...
"สะดุดใจกับเจ้าของสำนักพิมพ์ เขาก็ไม่ได้ทำงานด้านหนังสือมาก่อน ก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงมาทำ เขาก็เล่าให้ฟังว่าเขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ก็อยากจะให้ลูกได้อ่านหนังด้วย ก็ตั้งใจจะทำหนังสือดีๆ ให้ลูกภูมิใจ"
หนังสือเปลี่ยนโลก
คำถามในการสัมภาษณ์งาน เพื่อเข้าสู่การทำงานที่อยู่ในส่วนที่เป็นต้นทางของกระบวนการทำหนังสือ ที่นอกจากจะให้เล่าแผนการทำงานและแนวทางการทำงานต่างๆ แล้ว คำถามนี้พลาดไม่ได้เลยทีเดียวคือ หนังสือที่เคยอ่านมา ไม่ว่าจะเป็น 'ติสตู' หรือ 'คุณตาของผมเป็นต้นเชอรี่' ก็ได้ถูกยกมาเป็นคำตอบในวาระนั้น
kkkkk
แอล ชอบอ่านหนังสือและอยากทำงานเกี่ยวกับหนังสือ เพราะเห็นว่าหนังสือเล่มหนึ่งสำคัญมาก บางครั้งก็เปลี่ยนโลกเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งได้ หรือเป็นส่วนที่มาก่อสร้างร่างให้คนคนหนึ่งเติบโตทางด้านความคิดและทางด้านจิตใจ เธอ จึงเล่าถึงหนังสือเล่มที่เธอเองประทับใจให้ฟังว่า เป็นหนังสือเก่าที่ชื่อว่า 'คุณตาของผมเป็นต้นเชอรี่' ่ว่า ทำให้ได้เห็นชีวิตจริงของคนผ่านตัวละครต่างๆ ในหนังสือเล่มนั้น
lllll
"เป็นหนังสือที่สะท้อนความจริงในชีวิต สะท้อนผ่านชีวิตของเด็กคนหนึ่ง และคุณตาของเขา ที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในช่วงเวลาหนึ่ง หลบภัยจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่นนัก อ่านแล้วก็ได้เรียนรู้ได้เห็นว่าชีวิตเด็กคนหนึ่งต้องผ่านอะไรเยอะมาก รวมถึงเรื่องความสูญเสียด้วย" แอล เล่าถึงหนังสือเล่มที่ประทับอยู่ในใจ
ปัจจุบัน แอล ทำงานในตำแหน่งบรรณาธิการสำนักพิมพ์มาเป็นเวลาเกือบสองปีแล้ว เธอเล่าถึงงานที่ทำว่า ในสำนักพิมพ์แบ่งหนังสือออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มวรรณกรรมเยาวชน, กลุ่มวรรณกรรมคลาสสิก และ
hhhhh
กลุ่มหนังสือกึ่งวิชาการ
แอล ว่า เจ้าของสำนักพิมพ์ให้คอนเซปต์การทำงานไว้ว่า "ตั้งใจทำให้เป็นหนังสือคุณภาพ จะเป็นเนื้อเรื่องทำมาเพื่อขายแมสจนเกินไป ทำให้คนอ่านได้อะไร เน้นให้คิด บางคนอ่านแล้วเรื่องอาจจะหนักเกินไป แต่ให้มันสะกิดใจบ้าง ส่วนใหญ่ที่เน้นเป็นวรรณกรรม"
lllll
โลกแห่งการทำหนังสือ
งานของเธอคือดูแลหนังสือ 3 กลุ่มนี้ โดยทำหน้าที่เลือกต้นฉบับร่วมกับเจ้าของสำนักพิมพ์ ไม่ใช่เพียงแค่ดูแลต้นฉบับเท่านั้น แต่ต้องดูแลกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การเลือกต้นฉบับที่จะนำมาแปล ซึ่งจะต้องอ่านเนื้อหาของหนังสือแต่ละเล่มก่อนจึงจะเลือกและทำการติดต่อลิขสิทธิ์ ซึ่งการติดต่อซื้อลิขสิทธิ์ก็มีทั้งการติดต่อผ่านเอเยนซีและติดต่อกับทางต่างประเทศโดยตรง หาผู้แปลที่เหมาะสมกับต้นฉบับ
kkkkk
และในระหว่างที่การแปลดำเนินไปก็ต้องคิดถึงเรื่องงบประมาณต้องควบคุมงบให้เป็นไปตามที่กำหนด การออกแบบปกจะเป็นอย่างไร หนังสือแต่ละเล่มควรจะมีเอกลักษณ์อย่างไร เนื้อกระดาษที่ใช้ทำปกควรจะเป็นอย่างไร ใช้แบบไหนจึงจะเหมาะสมและทำให้รูปเล่มสวยงาม
kkkkk
การทำหนังสือต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ไม่ใช่แค่ต้นฉบับดีเท่านั้น บทแปลต้องดีด้วย ถ้าแปลไม่ดี ไม่ว่าต้นฉบับจะเป็นงานดีแค่ไหน คนอ่านก็ไม่ประทับใจ จึงต้องหาคนแปลที่เหมาะสมกับต้นฉบับแต่ละเล่มด้วยเช่นกัน งานนี้แอลมีเทคนิคในการหาผู้แปล นอกจากไถ่ถามผู้รู้แล้ว วิชาที่เคยเรียนมาในระดับปริญญาตรีคือ
hhhh
ปรัชญาทำให้เธอควานหาคนแปลได้เหมาะเหม็ง
"สิ่งหนึ่งที่วิชาปรัชญาให้เลย คือ การเข้าใจคนได้ ที่เขาคิดแบบนี้ ลักษณะของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างที่คนทำ สื่อออกมา ทุกอย่างทั้งความคิด การกระทำ นั้นจะสะท้อนความคิด จิตใจ ที่อยู่ข้างในของเขา เราก็สามารถรู้ได้ว่าคนนี้เหมาะไหมที่จะทำงานแบบนี้ หรือ ถ้าจะปรึกษาคนคนนี้จะปรึกษาเรื่องอะไรได้บ้าง อย่างพอเราอ่านต้นฉบับหนึ่งแล้วรู้สึกว่า มีคนคนหนึ่งเหมาะที่จะแปลเรื่องนี้มาก จากงานที่เขาคิดที่เขาเขียน ลองถามในวงการดูคนที่รู้จักเขาก็บอกว่าเขาเองก็สนใจแปลหนังสือเล่มนี้อยู่เหมือนกัน พอดี"
jjjjj
ประสบการณ์บ่มเพาะ
ระยะแรกของการทำงาน แอล ยังไม่ได้ดูแลต้นฉบับ แต่ทางสำนักพิมพ์จ้างบรรณาธิการมาดูแล เธอเน้นทำงานประสานงานไปก่อน ต่อมาเมื่อเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น จนกระทั่งปัจจุบันเธอดูแลต้นฉบับและทำเสร็จออกมาแล้วสามเล่มด้วยกัน คือ “ภารกิจลับของ ทอม ทรูฮาร์ต นักผจญภัยรุ่นเยาว์” "มองผ่านป่า ผู้ที่เห็นจากสรรพเสียง” และ “ลูซี วิลโลว์ เด็กหญิงนิ้ววิเศษ”
kkkkkkk
ทำงานเกี่ยวกับหนังสือมาเกือบสองปี แอล บอกว่า คนจะทำงานบรรณาธิการสำนักพิมพ์ได้ ต้องมีคุณสมบัติหนึ่งที่เธอค้นพบจากการทำงานของตัวเอง และคนรอบข้างในวงการหนังสือ "ต้องเป็นคนอ่านหนังสือเยอะ สไตล์นี้เป็นอย่างนี้นะ มีคำเก็บไว้ในคลังสมองเราเยอะ ถ้ามีต้นฉบับแบบนี้ คำที่เราควรจะใช้ ไม่ควรซ้ำกันเยอะ ควรปรับประโยคอย่างไร ต้องใช้ภาษาค่อนข้างเยอะ"
kkkkkkkkkkkk
ด้วยความที่อายุน้อย และต้องติดต่อประสานงานกับผู้ที่ทรงคุณวุฒิมากมาย ทั้งตัวเจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับและผู้แปล แอล ว่า งานนี้เป็นศิลปะที่สำคัญอย่างหนึ่งด้วย "ถ้าเราเข้าหาผู้ใหญ่ ทำด้วยความจริงใจจริงๆ ก็จะได้รับการตอบรับดี ไม่ได้ใช้ภาษาเป็นทางการมาก เน้นสุภาพ ให้ความเคารพ" แอล ว่า ง่ายๆ ไม่ยากเลย แม้จะอายุน้อยๆ อย่างนี้ก็ไม่เป็นปัญหา
kkkkkkkkk
งานบรรณาธิการหนังสือเป็นความฝันของคนรักหนังสือหลายๆ คน มีคนหนึ่งได้เริ่มต้นแล้ว และกำลังเรียนรู้ให้ความฝันชัดและสวยงามมากขึ้นๆ
kkkk
ขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ โดย : รมณ รวยแสน ; กมลทิพย์ สิทธิกรโอฬารกุล ภาพประกอบข่าว
huahinhub Thanks
hhhh

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น